เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 15 ส.ค. 69 ขณะที่ ร.ต.อ.ธนากร ภูขาว รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง มีเหตุเบี้ยวค่ารถโดยสารแท็กซี่ ภายในมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตอุดรธานี จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ

พบรถแท็กซี่ส่วนบุคคล สีเขียวเหลืองจอดอยู่ มีนายณรงค์ สิบแสน อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 636/1ถนนหทัยราษฎร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร โชเฟอร์แท็กซี่ส่วนบุคคล เล่าว่า ตนเป็นคนโทรแจ้งตำรวจเอง เพราะผู้โดยสารซึ่งเป็นผู้หญิง เบี้ยวไม่มีเงินจ่ายค่ารถ เช้าวันนี้ตนขับแท็กซี่ในกรุงเทพฯ ขณะขับตระเวนหาผู้โดยสาร ถึงถนนร่มเกล้า ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ มีผู้หญิงคนนี้โบกรถตน และขอเหมารถให้มาส่งที่มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ จ.อุดรธานี ในราคา 6,000 บาท การเดินทางมาปกติ เพราะผู้โดยสารนอนหลับมาตลอด ไม่มีอะไรผิดปกติ จะจอดปั๊มน้ำมัน เข้าห้องน้ำก็ปกติ

“แต่พอมาถึงที่หมาย กลับติดต่อญาติไม่ได้ ก็ให้โอกาสติดต่อญาติประมาณ 1 ชั่วโมงก็ยังติดต่อไม่ได้ ถ้าไม่มีเงินจ่ายค่าโดยสารก็คงจะต้องแจ้งความดำเนินคดี ขับแท็กซี่มา 20 กว่าปี เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ เคสแรกผู้โดยสารเหมารถไปนครปฐม พอไปถึงก็ตบตีกัน ไม่รู้ว่าจะทวงตังค์กับใคร ก็ขับรถหนีเอาเฉยๆ เหตุการณ์นั้นยอมรับได้เพราะว่ามันอยู่ใกล้ แต่เคสนี้มันหนักเกินที่จะรับ เพราะขามาจ่ายค่าแก็สไป 800 บาท ค่าทางด่วน 30 บาท” นายณรงค์ กล่าว

ส่วน น.ส.ออม อายุ 24 ปี ชาว จ.บึงกาฬ เล่าว่า ตนทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ได้เหมารถแท็กซี่จากกรุงเทพฯ มาหาน้องชายที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ จ.อุดรธานี ในราคา 6,000 บาท แต่พอมาถึงตนไปขอเบอร์โทรศัพท์น้องชายกับเจ้าหน้าที่ แต่ไม่พบชื่อน้องชาย ตนรอให้น้องชายหาจะได้เอาเงินจากน้องชายจ่ายค่าแท็กซี่ แต่รอประมาณ 1 ชั่วโมงแล้วก็ยังติดต่อไม่ได้

ตำรวจจึงนำตัว น.ส.ออม ขึ้นรถกระบะตราโล่ ไปที่ชุดปราบปราม สภ.เมืองอุดรธานี สอบถามกินข้าวหรือยัง ปรากฏว่ายังไม่ได้กินข้าวทั้งวัน และในกระเป๋าไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว ตำรวจจึงได้ซื้ออาหารเย็นมากิน และเรียกให้ น.ส.ออม ร่วมวงกินข้าวกับสายตรวจ 191 จนอิ่ม จากนั้นได้ขอตรวจโทรศัพท์มือถือ พบว่า น.ส.ออม ได้ส่งภาพซองยาไอซ์ ไปให้เพื่อนทางเมสเซนเจอร์ เมื่อวันที่ 12 ส.ค. 69 เมื่อสอบถามเรื่องยาไอซ์ น.ส.ออม ก็ตอบคำถามไม่ได้ และปฏิเสธว่าไม่ได้เสพยาไอซ์และไม่ใช่เจ้าของยา เมื่อได้รับโทรศัพท์คืน ก็ได้ขว้างมือถือทิ้งจนพังเสียหาย

ตำรวจสันนิษฐานว่า น.ส.ออม จะเสพยาไอซ์หมดแล้ว จึงได้นำตัวตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด พบฉี่สีม่วง ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (แมทแอมเฟตามีน) เป็นภัยต่อสังคม” ส่วนข้อหา “ฉ้อโกงค่าโดยสาร” ให้พนักงานสอบสวน แจ้งเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.