สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ว่าประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวอย่างตรงไปตรงมา ต่อที่ประชุมความมั่นคงมิวนิก (เอ็มเอสซี) ที่เมืองมิวนิก ว่ากระบวนการเจรจาสันติภาพที่สหรัฐพยายามผลักดัน โดยเฉพาะจากรัฐบาลวอชิงตันชุดปัจจุบันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้เขารู้สึกว่า “น้ำหนักของคำว่าการยอมอ่อนข้อ มักจะพุ่งเป้ามาที่ยูเครนเพียงฝ่ายเดียว”
เซเลนสกีกล่าวว่า รัฐบาลทรัมป์วนกลับมาพูดเรื่องนี้บ่อยมาก และบ่อยครั้งที่การคุ้มครองหรือการลดเงื่อนไขเหล่านั้นถูกหารือเฉพาะในบริบทที่ยูเครนต้องทำ แต่ “ไม่ใช่สิ่งที่รัสเซียต้องทำ” โดยยืนยันว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลเคียฟ “พยายามยืดหยุ่นจนถึงที่สุดแล้ว” แต่รัสเซียไม่มีความจริงใจในการเจรจา โดยเปลี่ยนตัวหัวหน้าคณะเจรจาบ่อย ซึ่งยูเครนมองว่า เป็นกลยุทธ์เพื่อให้กระบวนการล่าช้า และรอเวลาสร้างความได้เปรียบในสนามรบ
ทั้งนี้ ประเด็นที่ยังคงเป็นจุดแตกหักสำคัญในการเจรจา ยังคงเกี่ยวข้องกับดินแดนในภูมิภาคดอนบาส หรือภาคตะวันออกของยูเครน โดยเฉพาะที่แคว้นโดเนตสก์และลูฮันสก์
Ukraine is still not informed about Russia-US talks
— RT (@RT_com) February 14, 2026
Zelensky whines that the US want concessions from Ukraine
'Too often those concession are discussed in the context only of Ukraine' pic.twitter.com/HQKsAZtdN0
เซเลนสกีกล่าวว่า “การแบ่งแยกยูเครนเพื่อจบสงครามเป็นเพียงภาพลวงตา” และเปรียบเทียบว่าเหมือนกรณีของเชโกสโลวาเกีย ซึ่งสุดท้ายก็ไม่ได้ช่วยให้เกิดสันติภาพจริง และกล่าวว่า การที่ตอนนี้ชาติยุโรปไม่มีบทบาทกับการเจรจา ถือเป็น “ความผิดพลาดครั้งใหญ่” และเรียกร้องให้ยุโรปกลับมามีส่วนร่วมมากกว่านี้
เกี่ยวกับประเด็นหลักประกันความมั่นคง สหรัฐเสนอให้เป็นเวลา 15 ปี แต่ผู้นำยูเครนกล่าวว่า ควรมากกว่านั้นคือ 20-50 ปี เพื่อสร้างความมั่นใจ ว่ารัสเซียจะไม่กลับมาบุกซ้ำอีกในอนาคต และทิ้งท้ายว่า ยูเครนพร้อมแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือจัดการเลือกตั้งใหม่ แต่มีเงื่อนไขคือ “การหยุดยิงที่แท้จริง” และได้รับการคุ้มครองความปลอดภัย พร้อมทั้งย้ำว่า รัฐบาลเคียฟไม่ยอมรับข้อตกลงใดก็ตาม ที่ทำให้ยูเครน “เสียศักดิ์ศรี”.
เครดิตภาพ : REUTERS



