กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่ารับวาเลนไทน์ เมื่อกิจกรรมวิ่งการกุศลสุดยิ่งใหญ่ “Khao Yai Wild Breeze Run 2026” (หรือ Khao Yai My Ozone Breeze Run 2026) ที่ควรจะเป็นภาพความประทับใจท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ กลับกลายเป็นมหกรรม “แกง” ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี ส่งผลให้นักวิ่งกว่า 1,800 คนต้องเผชิญกับสภาพ “ถูกลอยแพ”
เกิดอะไรขึ้น?
เหตุการณ์ความวุ่นวายเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เมื่อเหล่านักวิ่งที่จ่ายเงินค่าสมัคร (เฉลี่ยรายละกว่า 1,198 บาท) เดินทางมาถึงพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อม แต่สิ่งที่พบกลับเป็น “ความว่างเปล่า” โดยไร้เงาเจ้าหน้าที่ ไม่มีแม้กระทั่งจุดปล่อยตัว ไม่มีแม้แต่ป้ายประชาสัมพันธ์งานเตรียมไว้ให้เห็น
นอกจากนี้ เมื่อติดตามไปถึงข้อมูลถึงสิ่งของต่างๆ ที่ควรได้ก็ไม่ปรากฏ เต็นท์ที่พักที่จองไว้หายเกลี้ยง อาหารไม่เพียงพอ เสื้อและอุปกรณ์การวิ่ง (Race Kit) แจกไม่ครบถ้วน และภายหลังยังพบว่าในช่วงค่ำวันที่ 14 ก.พ. ทีมผู้จัดและรถพยาบาลได้ถอนตัวออกจากพื้นที่ไปก่อนที่การแข่งขันจริงในเช้าวันรุ่งขึ้นจะเริ่มขึ้นเสียอีก

เสียงจาก “นักวิ่ง” การกุศลที่กลายเป็นคราบน้ำตา
นักวิ่งกว่า 1,800 คน ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติที่สื่อสารลำดับเหตุการณ์ไม่ได้ ต่างตกอยู่ในสภาวะสับสน บางรายระบุว่าตั้งใจมาวิ่งเพื่อทำบุญสมทบทุนซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ตามที่งานโฆษณาไว้ แต่กลับต้องมานอนตากลมโดยไม่มีสวัสดิการใดๆ รองรับ

ผู้จัดงานว่าอย่างไร?
ล่าสุด เพจเฟซบุ๊กของผู้จัดงานได้โพสต์ประกาศ “ยกเลิกกิจกรรมอย่างเป็นทางการ” โดยให้เหตุผลสั้นๆ ว่า “เหตุสุดวิสัยด้านการจัดการ” เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัย พร้อมยื่นข้อเสนอเยียวยา ดังนี้
-คืนเงิน 100% ยืนยันจะคืนค่าสมัครให้ทุกคนตามลำดับ
-จะแจ้งขั้นตอนและกรอบเวลาที่ชัดเจนภายใน 3 วันหลังจากนี้

อุทยานฯ เขาใหญ่ ยัน “เราคือผู้ให้เช่าสถานที่”
ทางด้าน นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้ออกมาชี้แจงทันทีเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด โดยระบุว่า งานนี้ได้รับอนุญาตในฐานะงานการกุศล ทางอุทยานฯ ไม่เกี่ยวข้องกับรายได้หรือการบริหารจัดการอุปกรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังได้ประสานตำรวจ สภ.เมืองนครนายก เข้ามาดูแล และแนะนำให้นักวิ่งทุกคน “แจ้งความดำเนินคดี” กับผู้จัดงานโดยตรง
อย่างไรก็ตาม ในเช้าวันที่ 15 ก.พ. มีเพียงกิจกรรมวิ่งระยะสั้น 5 กิโลเมตรที่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ช่วยนำวิ่งแก้ขัดสำหรับคนที่ยังค้างแรมอยู่ แต่ไม่มีเหรียญรางวัล ไม่มีน้ำดื่ม และไม่มีบรรยากาศการแข่งขันใดๆ
ปัจจุบันเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการกฎหมายแล้ว นักวิ่งจำนวนมากแห่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และเฝ้ารอดูว่าภายใน 3 วันนี้ “คำมั่นสัญญา” เรื่องการคืนเงินของผู้จัดจะเป็นความจริงหรือไม่ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ นับเป็นบทเรียนราคาแพงของวงการออร์แกไนเซอร์ไทย ที่ต้องมีความรับผิดชอบต่อทั้งความไว้วางใจและเงินในกระเป๋าของประชาชน…
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Nianci Liu, Khao Yai Wild Breeze Run 2026



