สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ว่ากระทรวงการต่างประเทศเมียนมาออกแถลงการณ์ ว่ามีการเชิญอุปทูตติมอร์-เลสเต ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่การทูตระดับสูงสุดของติมอร์-เลสเตในเมียนมา ให้เข้าพบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อประท้วงอย่างเป็นทางการ และแจ้งให้อีกฝ่ายเดินทางออกจากเมียนมา ภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์


แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาระบุด้วยว่า “ผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง” กับการที่ติมอร์-เลสเตเริ่มการไต่สวน คดีที่องค์กรสิทธิมนุษยชนชิน ( ซีเอชอาร์โอ ) ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวชินในเมียนมา ฟ้องร้องรัฐบาลทหารเมียนมา ทั้งในข้อหาอาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ พร้อมทั้งมีการแต่งตั้งอัยการอาวุโสเพื่อสอบสวนเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษ


ทั้งนี้ ซีเอชอาร์โออ้างการยื่นคำร้อง ภายใต้หลัก “เขตอำนาจศาลสากล” ซึ่งอนุญาตให้ศาลในประเทศหนึ่งสามารถพิจารณาคดีความผิดระหว่างประเทศได้ โดยซีเอชอาร์โอกล่าวว่า คดีที่ฟ้องร้องรัฐบาลทหารเมียนมานั้น ประกอบด้วย “หลักฐานที่ไม่อาจโต้แย้งได้” เกี่ยวกับ การรุมโทรม การสังหารหมู่ประชาชน การสังหารภิกษุสงฆ์ และการโจมตีทางอากาศใส่โรงพยาบาล


อย่างไรก็ตาม รัฐบาลทหารเมียนมากล่าวหาว่า ติมอร์-เลสเต ละเมิดกฎบัตรสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) ที่ “เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเคารพอธิปไตย และการไม่แทรกแซงกิจการภายใน”


อนึ่ง รัฐบาลทหารเมียนมาเคยเนรเทศเจ้าหน้าที่การทูตระดับสูงของติมอร์-เลสเต ออกไปแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อเดือนส.ค. 2563 จากการที่รัฐบาลติมอร์-เลสเต ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นรัฐบาลเงาที่ต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา.

เครดิตภาพ : AFP