เมื่อวันที่ 16 ก.พ. นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ยื่นคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) ให้ตรวจสอบและพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตและดำเนินคดี ต่อ บริษัทจัดการกองทุน MFC และบริษัทประเมิน Edmund Tie และ CPM Capital กรณีจัดทำข้อมูลราคาประเมินอสังหาฯ ที่ไม่เหมาะสม สูงกว่าราคาตลาด และให้ข้อมูลประกอบการซื้ออสังหาฯ ที่เป็นเท็จต่อกองทุนประกันสังคม จนเป็นเหตุให้กองทุนและผู้ประกันตนเสียหาย โดยมี 4 ประเด็นดังนี้
1) กรณีประเมิน “ราคาที่ดิน” ของตึก SKYY9 ที่สูงเกินจริงราว 50-100% โดยบริษัทมีการประเมินไว้ที่ 1.35-1.45 ล้าน/ตร.วา ทั้งที่ข้อมูลการซื้อขายที่ดินรอบๆ มีการซื้อขายจริงเพียง 500,000-900,000 ต่อตร.วาเท่านั้น การประเมินของบริษัทที่แพงเกินจริง และเป็นข้อมูลหลักที่ประกันสังคมใช้ประกอบการเข้าซื้อตึก+ที่ดิน จนเกิดความเสียหาย
2) กรณีประเมิน “ราคาตึก SKYY9” สูงเกินจริง โดยมีการตรวจสอบโดยมหาดไทยเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าราคาประเมินที่ดิน+อาคาร รวมกันไม่ควรเกิน 3,500 ล้านบาท ต่ำกว่าที่มีการประเมินให้แก่สำนักงานไปมาก แต่ ก.ล.ต.ยังเพิกเฉยไม่ดำเนินการลงโทษผู้บริหารกองทุน ผู้เสนอขาย และบริษัทประเมิน จึงร้องต่อ ก.ล.ต.ให้ดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตวิชาชีพและดำเนินคดีต่อบริษัทที่เกี่ยวข้อง

3) กรณีการให้ข้อมูลเท็จ โดยบริษัทแจ้งสำนักงานประกันสังคมว่า ตึก SKYY9 มีเอกสารใบรับรองอาคารเขียว (TREES) ในระดับ Gold ซึ่งทำให้ราคาประเมินตึกสูงขึ้น แต่ผลการตรวจสอบพบว่า ไม่มีใบรับรองอาคารเขียว เป็นเหตุทำให้กองทุนเสียหาย และเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในฐานะผู้บริหารกองทุน และผู้ประเมิน
4) กรณีประเมินราคาโรงแรม Swissotel รัชดา สูงเกินจริงถึง 6,000 ล้านบาท ในปี 2565 ทั้งที่เป็นช่วงโควิด โดยในปี 2568 AWC ซื้อไปเพียง 4,415 ล้านบาทเท่านั้น การประเมินดังกล่าวอาจเข้าข่ายทำผิดต่อวิชาชีพและทำให้เกิดความเสียหายแก่ประกันสังคม ในฐานะผู้ว่าจ้างประเมินได้
นายศุภรัฐ ระบุอีกว่า ใน 4 ประเด็นดังกล่าว มีบริษัทเอกชนเป็นผู้จัดทำราคา และชงให้ประกันสังคม ซึ่ง ก.ล.ต.มีหน้าที่กำกับบริษัทเหล่านี้ให้ดำเนินการอย่างรอบคอบ-ตามหลักวิชาชีพ แต่ผ่านมาเกือบ 1 ปี ก.ล.ต.ยังไม่มีการดำเนินการเอาผิดต่อบริษัทบริหารกองทุน และบริษัทประเมิน ที่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประกันสังคมลงทุนอสังหาฯ ในราคาที่ไม่เหมาะสม จนเกิดความเสียหายแก่กองทุน แก่รัฐ นายจ้าง และผู้ประกันตน ทั้งนี้ถ้า ก.ล.ต.ยังเพิกเฉยไม่จัดการบริษัทเหล่านี้ ก็จำเป็นต้องยื่นเอาผิดกับ ก.ล.ต.ต่อไป.



