สำนักข่าวต่างประเทศนำเสนอผลการสำรวจล่าสุดจากเว็บไซต์ของโพลิติโคในช่วงสุดสัปดหา์ที่ผ่านมา โดยเป็นการสำรวจเกี่ยวกับแนวคิดเรื่องสงครามโลกครั้งที่ 3 ในมุมมองของประชาชนทั่วไป ทั้งนี้ เว็บไซต์ดังกล่าวเป็นสื่อดิจิทัลที่นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการเมืองและอำนาจทางการเมือง รวมทั้งนโยบายสาธารณะ
ผลจากการสำรวจของโพลิติโคยุโรปเผยว่า จำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามในสหรัฐ หรือคิดเป็น 46% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด เชื่อว่า มี “ความเป็นไปได้” หรือ “เป็นไปได้อย่างยิ่ง” ที่จะเกิดสงครามโลกครั้งใหม่ภายในปี 2574 ขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถาม 31% ไม่เชื่อว่าความกังวลเรื่องความขัดแย้งที่ทำให้เกิดการใช้อาวุธระหว่างรัฐจะเป็นเรื่องจริง
ผลโพลยังชี้ว่า จำนวนชาวอเมริกันที่คาดการณ์ว่าจะเกิดสงครามโลกในระยะสั้นนี้ เพิ่มขึ้นถึง 8% จากผลการสำรวจเดิมที่มีเพียง 38% เมื่อเดือนมีนาคม 2568
จากการสำรวจใน 5 ประเทศตะวันตก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส และเยอรมนี พบว่ามีเพียงชาวเยอรมันเท่านั้นที่ไม่รู้สึกกังวลว่ามีโอกาสที่จะเกิดสงครามในเร็วๆ นี้ โดยมีชาวเยอรมันเพียง 25% ที่เริ่มสร้างหลุมหลบภัย ขณะที่ชาวเยอรมันอีก 40% คิดว่าสงครามโลกครั้งที่สามยังไม่น่าจะเกิดขึ้นในช่วง 5 ปีข้างหน้า
ส่วนในสหรัฐ, แคนาดา, สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส จำนวนผู้ที่คาดการณ์ว่าจะเกิดสงครามโลกพุ่งสูงขึ้นนับตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา ในกลุ่มนี้ ประเทศที่มีตัวเลขสูงที่สุดคือสหราชอาณาจักรซึ่งมีชาวอังกฤษ 43% เชื่อว่าโอกาสที่จะเกิดสงครามโลกครั้งใหม่นั้น “เป็นไปได้” หรือ “เป็นไปได้อย่างยิ่ง” ที่จะปะทุขึ้น โดยเพิ่มขึ้นจากตัวเลขเดิมที่ 30% ในเดือนมีนาคมที่แล้ว
ผลสำรวจยังพบว่า ชาวอเมริกันมีแนวโน้มมากที่สุดที่จะเชื่อว่าประเทศของตนเองจะเข้าสู่สงครามภายใน 5 ปีข้างหน้า เนื่องจากความขัดแย้งกับอิหร่านเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ยังคงทำให้เกิดความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่น่าตกใจคือ ผู้ตอบแบบสอบถามในแคนาดาระบุว่า สหรัฐนั่นเองที่จะเป็นผู้จุดชนวนสงครามกับแคนาดาเนื่องจากเพื่อนบ้านสองประเทศนี้มีการกระทบกระทั่งกันในทุกเรื่อง ตั้งแต่การค้าไปจนถึงกำแพงภาษี
ในขณะเดียวกัน ยุโรปมองว่ารัสเซียคือภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดในสงครามโลก เนื่องจากการรุกรานยูเครนของ วลาดีมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กำลังใกล้จะครบรอบปีที่ 4
ทั้งนี้ Politico ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นจากผู้คนมากกว่า 2,000 คนในแต่ละประเทศ ระหว่างวันที่ 6 ถึง 9 กุมภาพันธ์ 2569
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



