เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เดินทางพาผู้สมัครนายกเทศบาลตำบลโพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี มายื่นเรื่องต่อคณะกรรมการ กกต. เพื่อขอให้วินิจฉัยคุณสมบัติผู้ที่ชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา

นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ผู้สมัครที่เป็นคู่กรณี ถูกหน่วยงานต่าง ๆ อายัดทรัพย์สิน ซึ่งผู้สมัครรายนี้ได้ถ่ายโอนผลประโยชน์ เช่น ค่าตอบแทนเงินเดือนให้กับคนของตัวเอง ทำให้ผู้สมัครรายอื่นเห็นว่า มีการปกปิดข้อเท็จจริงเรื่องคุณสมบัติ ถือเป็นการหลีกเลี่ยงทั้งภาษี และขาดคุณสมบัติเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศบาลฯ ทั้งนี้หากมีผู้สมัครรายอื่นที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็สามารถเดินทางมาร้องเรียนกับตนเองได้ แต่หากไม่กล้ามา ก็สามารถติดต่อผ่านช่องทางอื่นได้ ตนจะช่วยประสานงานให้ เพราะเรามีระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นตั้งแต่ระดับ อบต. หรือเทศบาล ควรมีความถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ ซึ่งหากมีผู้สมัครที่ไม่มีคุณสมบัติ ไม่มีตั้งแต่ประชาธิปไตยเบื้องต้น ก็ควรกำจัดออกไป

จากนั้นนายกิตติศักดิ์ ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้สอบถามเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของ กกต. ในการเลือกตั้งระดับประเทศ ซึ่งได้ให้ความเห็นในภาพรวมว่า ตนมองเห็นปัญหาเหมือนสื่อมวลชน สื่อคิดอย่างไร ตนก็คิดอย่างนั้น ซึ่งทุกหน่วยงานโดยเฉพาะ กกต. บางท่าน ตนเป็นคนแต่งตั้งมาเอง แต่เมื่อมีตำแหน่งแล้ว ปฏิบัติชอบหรือไม่ มันมีกฎหมายอยู่ ซึ่ง กกต. ในอดีตก็เคยติดคุกมาแล้ว ถ้าท่านทำถูกต้องตามกฎหมาย ตามระเบียบ กกต. ก็ไม่น่ามีปัญหา ซึ่งเราเห็นแล้วว่า ผิดหรือถูก กฎหมายจะเป็นตัวตัดสิน

เมื่อถามว่า มองเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดอย่างไร นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้น่าสนใจ เพราะนักกฎหมายบางคนบอกแล้วว่า บาร์โค้ด จะไปถึงไหนอย่างไร ขอให้รอดีกว่าว่า ผลการตรวจสอบจะออกมาว่า การเลือกตั้งเป็นไปโดยลับ หรือไม่ลับ ถ้าหากตรวจสอบแล้วมีการย้อนไปถึงขั้นที่ผู้ลงคะแนน แล้วพบว่าไม่เป็นความลับ คนที่ใส่บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งก็ต้องรับผิดชอบ

“ผมอยู่ในสภามา 10 ปี กฎหมายบอกว่า ใบลงคะแนนไม่ควรจะมีสิ่งอื่นมาเจือปน ดังนั้นต้องดูว่า บาร์โค้ดหรืออะไรต่างๆ ที่นำไปใส่ไว้ในบัตรเลือกตั้ง สส. จะถูกต้องหรือไม่ อันนี้ยังไม่ฟันธง แต่ถ้าทำผิดก็เตรียมตัว เตรียมใจไว้ได้” นายกิตติศักดิ์  กล่าว

เมื่อถามว่า จะถึงขั้นติดคุกหรือไม่ นายกิตติศักดิ์ กล่าวทันทีว่า แน่นอน เพราะสมัยหนึ่งมีหีบเลือกตั้งหันหน้าหันหลังออก ตอนนั้นถึงกับยกเลิกการเลือกตั้ง แล้วคดีอาญาก็ต้องรับผิดชอบตามมา ดังนั้นจะหนักจะเบาก็อยู่ที่ความผิด อย่างไรก็ตามไม่คิดว่ามวลชนจะไม่รุนแรงเท่าไหร่ แต่คิดว่า ให้ดูดินฟ้าอากาศดีกว่า ถ้าเห็นว่าการเลือกตั้งสกปรก ไม่ถูกต้อง ตนคิดว่า ตรงนี้น่าจะเป็นปัญหา ขอให้สื่อสังเกตที่ดินฟ้าอากาศ ฟ้าจะผ่าหรือไม่ พายุจะมาหรือไม่

เมื่อถามย้ำว่า หมายความว่าอย่างไร นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ดูว่ามีพายุหรือไม่ มีฟ้าผ่าหรือไม่ ถ้ามีฟ้าผ่า ซึ่งอันดับแรกที่ตนเคยให้สัมภาษณ์ไปว่า จะไม่มีการเลือกตั้ง แต่ก็หน้าแตกไปแล้ว เพราะมีการเลือกตั้ง แต่ประชาชนเห็นแล้วหรือไม่ว่า มีหน่วยงานต่างๆ บอกว่ามีโอกาสจะโมฆะ เพราะการเลือกตั้งดูแล้วว่าจะไม่ลับ และมีเรื่องสารพัด ซึ่งในฐานะที่เป็นประชาชนคนหนึ่งก็ตามดู เหมือนกับสื่อมวลชน และประชาชน.