สรุปมหากาพย์ คดีหุ้น “MORE” บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) ถือเป็นคดีครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดทุนไทย ด้วยมูลค่า ความเสียหายสูงถึง 4,500 ล้านบาท โดยใช้ช่องโหว่ของระบบชำระเงินมาเป็นเครื่องมือ นี่คือสรุปเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนถึงอัปเดตล่าสุดในปี 2569

ล่าสุด ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 พนักงานอัยการได้นัดหมายให้เดินทางมาฟังคำสั่ง หากผู้ต้องหายังไม่เดินทางมาตามนัด โดยไม่มีเหตุอันสมควรตามกฎหมาย อัยการจะพิจารณาให้ดีเอสไอ ดำเนินการขอออกหมายจับต่อไป

สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกนัดมาฟังคำสั่งในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ประกอบด้วย 

1.นายสมนึก กยาวัฒกิจ ประธานกรรมการบริษัทในเครือตงฮั้ว

2.น.ส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลบอล เซอร์วิส เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GSC

3.นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ หรือเฮียม้อ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MORE

“เดลินิวส์” พามาย้อนเหตุการณ์สำคัญของ MORE ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนจบล่าสุด

จุดเริ่มต้นและสาเหตุของปัญหา (พฤศจิกายน 2565)

เหตุการณ์เกิดจากการวางแผนอย่างเป็นระบบของกลุ่มบุคคล นำโดย นายอภิมุข บำรุงวงศ์ (ปิงปอง) และเครือข่าย โดยใช้กลโกงดังนี้

  • ใช้ช่องโหว่บัญชี Cash Account : กลุ่มผู้กระทำผิดเปิดบัญชีซื้อขายแบบชำระเงินในอีก 2 วันทำการ (T+2) กับโบรกเกอร์กว่า 10 แห่ง เพื่อให้ได้วงเงินซื้อขายรวมกันมหาศาล
  • การสร้างราคา (ปั่นหุ้น) : ในวันที่ 10 พ.ย. 65 มีคำสั่งซื้อหุ้น MORE ที่ราคา 2.90 บาท (ราคาเปิด) เป็นจำนวนมหาศาลถึง 1,500 ล้านหุ้น โดยฝั่งซื้อและฝั่งขายเกือบทั้งหมดคือกลุ่มคนเดียวกัน
  • เกมปล้นเงินโบรกฯ : เมื่อถึงกำหนดชำระเงิน (T+2) ฝั่งผู้ซื้อจงใจไม่ชำระเงินค่าหุ้น ทำให้บริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) ต้องนำเงินตัวเองจ่ายสำรองให้กับฝั่งผู้ขายไปก่อนตามกฎระเบียบ ส่งผลให้เงินไหลออกจากโบรกเกอร์ไปเข้ากระเป๋าฝั่งผู้ขาย (ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกัน) จนโบรกเกอร์หลายแห่งเกือบต้องปิดตัว

คดีความและข้อกล่าวหา

หน่วยงานรัฐ (ก.ล.ต., DSI, ปปง. และตำรวจ) ได้สนธิกำลังกวาดล้างขบวนการนี้ โดยแบ่งข้อหาหลักดังนี้

  • ฉ้อโกง : หลอกลวงให้โบรกเกอร์อนุมัติวงเงินและจ่ายเงินค่าหุ้น
  • ปั่นหุ้น : สร้างราคาและปริมาณการซื้อขายเทียมเพื่อลวงนักลงทุน
  • อั้งยี่และซ่องโจร : มีการรวมตัวกันเป็นขบวนการเพื่อกระทำความผิดร้ายแรง

อัปเดต MORE ข้อมูลล่าสุด (กุมภาพันธ์ 2569)

ปัจจุบันคดีเข้าสู่กระบวนการชั้นศาลอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีสถานะล่าสุดดังนี้

  • จำนวนผู้ต้องหา : อัยการสูงสุดสั่งฟ้องผู้ต้องหารวม 42 ราย (รวมถึงนิติบุคคล)
  • กลุ่มตระกูลดัง : นายเอกภัทร (คิม) และ นายอธิภัทร พรประภา ปัจจุบันยังถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ เนื่องจากศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในตอนแรก และยังไม่มีการยื่นขอไต่สวนประกันตัวใหม่
  • นางอรพินธุ์ พรประภา (มารดา) : ล่าสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว (ได้ประกันตัว) เนื่องจากมีอายุมากและมีโรคประจำตัว โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ
  • เส้นตายผู้ต้องหาที่เหลือ : อัยการนัดผู้ต้องหาสำคัญรายอื่น เช่น “เฮียม้อ” (อมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ) และผู้บริหาร เครือตงฮั้ว มาฟังคำสั่งฟ้องในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 หากไม่มาตามนัดจะถูกออกหมายจับทันที
  • การเยียวยา : ปปง. ได้อายัดทรัพย์สินและศาลแพ่งมีคำสั่งให้คุ้มครองชั่วคราว เพื่อนำเงินกว่า 4,500 ล้านบาท คืนให้แก่บริษัทหลักทรัพย์ผู้เสียหาย

แนวทางป้องกันหวั่นซ้ำรอย MORE

จากเหตุการณ์นี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ต. ได้รื้อระบบใหม่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด “MORE 2” เช่น

  • Security Data Exchange : ระบบแชร์ข้อมูลวงเงินของลูกค้าเป้าหมายระหว่างโบรกเกอร์ เพื่อไม่ให้ใครไปแอบเปิดบัญชีหลายที่เพื่อปั่นวงเงินเกินตัว
  • ยกระดับการตรวจจับ : การใช้ AI และระบบหยุดซื้อขาย (Auto Pause) ที่รวดเร็วขึ้นเมื่อพบความผิดปกติ

คดีนี้กำลังอยู่ในช่วง “ล้างบาง” ครั้งสุดท้าย ผู้สมัครใจร่วมขบวนการเกือบทั้งหมดถูกส่งฟ้องศาล และเป็นบรรทัดฐานใหม่ในการจัดการอาชญากรรมทางการเงินในไทย