เมื่อวันที่ 18 ก.พ. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการ ปปท. และนายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ สนธิกำลัง บก.ปทส., ปปท., บก.ปปป., กรมป่าไม้, ส.ป.ก. และ ป.ป.ช.จังหวัดสระบุรี นำหมายค้นศาลจังหวัดสระบุรี เข้าตรวจค้นภายในวัดป่าชนะใจ เพื่อตรวจสอบเอกสารสิทธิการถือครองที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ของทางวัดและสถานปฏิบัติธรรมในเครือรวม 4 จุด หลังเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. เข้าแจ้งความต่อ ปทส. ว่า มีกลุ่มพระสงฆ์ ทำการบุกรุกพื้นที่ ส.ป.ก. โดยไม่ได้รับอนุญาต และกว้านซื้อที่ดิน ส.ป.ก. จากชาวบ้าน เนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ พร้อมชักชวนประชาชนผ่านช่องทาง Social Media ให้บริจาคเงินสร้างถนนเข้าวัด ร่วมซื้อกุฏิถวายพระ และยังไลฟ์ชักชวนพุทธศาสนิกชน ซื้อบ้านพักสไตล์ญี่ปุ่น เพื่ออยู่ปฏิบัติธรรมที่วัด หลังละ 5 แสนบาท

โดยจุดแรก เป็นที่ทำการวัดป่าชนะใจ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ ส.ป.ก. เนื้อที่ 13 ไร่ เดิมทีพื้นที่ดินแปลงนี้ มีผู้ครอบครองสิทธิทำกิน แต่ภายหลังผู้ครอบครองไม่ได้เข้าไปทำประโยชน์ ทางวัดจึงเข้าถือครอง ก่อสร้างอาคารประมาณ 10 หลัง ซึ่งวันนี้เจ้าหน้าที่สำนักพุทธศาสนา ได้ทำการตรวจใบสุทธิ บัตรประจำตัวพระสงฆ์ ภายในวัดทั้งหมด โดยเชิญเจ้าคณะตำบลเข้ามารับทราบ พฤติกรรมพระในวัด ที่บุกรุกพื้นที่ ส.ป.ก. โดยไม่ได้รับอนุญาต

จุดที่ 2 เป็นหมู่บ้านอาริยะ วัดป่าชนะใจ ซึ่งอยู่ระหว่างการแผ้วถางป่า ปรับแต่งพื้นที่ให้เรียบ แบ่งล็อกแต่ละพื้นที่ขึ้นโครงฐานเพื่อนำบ้านน็อกดาวน์มาติดตั้ง รวมถึงพบว่ามีการขึ้นเสาไฟฟ้า และติดตั้งระบบสาธารณูปโภคไว้พร้อม เตรียมพร้อมสำหรับการสร้างบ้านพัก ขายให้กับพุทธศาสนิกชน ที่จะเข้ามาปฏิบัติธรรมกับทางวัด โดยเสนอขายในราคา 5 แสนบาทต่อหลัง

จุดที่ 3 เป็นพุทธสถานรักษาใจนานาชาติ เป็นอีกจุดหนึ่ง ที่อยู่ระหว่างการปรับแต่งพื้นที่ โดยใช้เครื่องจักรหนัก อย่างรถแบ๊กโฮ และรถสิบล้อ ขุดหลุม ถมดิน ตัดต้นไม้ เตรียมพื้นที่สำหรับก่อสร้างอาคารสถานปฏิบัติธรรมเพิ่มเติม

ส่วนจุดที่ 4 จุดสุดท้าย ชื่อ ผาชนะใจ จุดนี้มีสภาพเป็นเนินเขาสูง ที่พบร่องรอยการปรับแต่งพื้นที่ เตรียมสร้างพระประธานองค์ใหญ่ โดยปลูกต้นไทรขนาดใหญ่ และนำธงประจำวัดไปปักไว้ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ขณะเดียวกันก็พบว่า ป้ายประกาศห้ามบุกรุกที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินมาติดไว้ด้วย

สำหรับการตรวจค้นในครั้งนี้ มีเพียงทนายความพระ รวมถึงแม่ชี เข้ามาร่วมสังเกตการณ์ และก็ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ แต่ไม่พบครูบาชัยวัฒน์ ซึ่งทางทนายความอ้างว่า ครูบาชัยวัฒน์ เดินทางไปรับกิจนิมนต์ ที่ จ.อุบลราชธานี

พล.ต.ต.เอนก เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบในทางลับ และรวมถึงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ พบว่า วัดป่าชนะใจ ถือครอง ส.ป.ก. รวมทั้งสิ้น 13 แปลง เนื้อที่รวมกว่า 2,000 ไร่ หลังจากนี้จะประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ส.ป.ก. และป่าไม้ เข้าแจ้งความเอาผิดกับผู้บุกรุก ซึ่งในกรณีของป่าชนะใจถือว่าไม่มีสิทธิในการครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. โดยหลังจากที่มีการแจ้งความแล้ว จะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ว่า เงินที่นำมาในการปรับแต่งพื้นที่และก่อสร้าง มาจากที่ไหน นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบถึงขั้นตอนการขออนุญาต ติดตั้งระบบสาธารณูปโภค ไม่ว่าจะเป็นเสาไฟฟ้า ระบบน้ำประปา ใครดำเนินการยื่นขอ ซึ่งวันนี้ในระหว่างที่เข้าตรวจค้น ก็พบบริษัทรับเหมา ได้เข้ามาติดตั้งเสาไฟฟ้าเพิ่มเติมด้วย

สำหรับ วัดป่าชนะใจ ก่อตั้งเมื่อปี 66 มีการยื่นขอเปิดเป็นสำนักสงฆ์ ต่อสำนักพุทธศาสนาเรื่อยมา แต่ไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากไม่มีเอกสารสิทธิครอบครองที่ดิน รวมถึงพบข้อพิรุธในเอกสารประชาคมหมู่บ้าน ซึ่งปัจจุบันสถานที่ดังกล่าว จึงเป็นเพียงที่พักสงฆ์เท่านั้น โดยมีพระสงฆ์มาอาศัยอยู่ 13 รูป เบื้องต้นทางสำนักงานพระพุทธศาสนา ได้ตรวจสอบแล้ว พบว่า เป็นพระที่มีต้นสังกัดใน จ.เลย และ อุบลราชธานี เบื้องต้นได้ประสานไปยังต้นสังกัดให้เรียกตัวกลับไป นอกจากนี้ ยังพบแม่ชีมาอาศัยอยู่อีก 23 รูป และมีคนที่มารอบวชอีกหลายสิบคน

สำหรับ ครูบาชัยวัฒน์ ซึ่งอ้างเป็นหัวหน้าสงฆ์ ของที่พักสงฆ์แห่งนี้ ถือว่าเป็นพระรูปหนึ่ง มีการเลื่อนสมณศักดิ์ได้อย่างรวดเร็ว แม้จะเพิ่งบวชได้เพียง 2 พรรษา ที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.เลย เมื่อปี 66 จากนั้นได้มาตั้งที่พักสงฆ์วัดป่าชนะใจ แห่งนี้.