สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ว่าเพื่อแก้ไขปัญหาจากต้นทุนการก่อสร้างที่พุ่งสูงขึ้น และความต้องการซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ที่ส่งผลให้การชำระหนี้เป็นภาระมากขึ้นเรื่อย ๆ รัฐบาลอินโดนีเซียจึงถูกบังคับให้ต้องอัดฉีดเงินทุนสาธารณะเข้าสู่โครงการ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ไม่ได้อยู่ในแผนเดิม

ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น นายประเสตโย ฮาดี รมช.การต่างประเทศอินโดนีเซีย เปิดเผยเมื่อวันที่ 10 ก.พ. ว่า รัฐบาลได้ตัดสินใจใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน เพื่อช่วยชำระหนี้ของโครงการรถไฟ โดยคาดว่าค่าใช้จ่ายประจำปีที่เกี่ยวข้องจะสูงถึงประมาณ 1.2 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 2.23 ล้านล้านบาท)

รถไฟความเร็วสูง “วูช” (Whoosh) วิ่งด้วยความเร็วสูงสุดถึง 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ครอบคลุมเส้นทาง 140 กิโลเมตร ระหว่างกรุงจาการ์ตาและเมืองบันดุง ในจังหวัดชวาตะวันตก โดยใช้เวลาประมาณ 45 นาที

อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้โดยสารต่อวันยังคงน้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนซึ่งคาดการณ์ไว้เดิมที่ 60,000 คน เนื่องจากค่าโดยสารสูงกว่ารถไฟทั่วไป และสถานีหลายแห่งตั้งอยู่ไกลจากใจกลางเมือง

ในสมัยของอดีตประธานาธิบดี ซูซีโล บัมบัง ยูโดโยโน ระบบรถไฟหัวกระสุนชินคันเซ็นของญี่ปุ่น เคยถูกพิจารณาให้เป็นตัวเลือกสำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงของอินโดนีเซีย แต่ในปี 2558 อดีตประธานาธิบดีโจโค วิโดโด จีนได้รับสัญญาหลังจากยืนยันว่า โครงการนี้ไม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนจากรัฐบาลอินโดนีเซีย

อย่างไรก็ตาม การเปิดให้บริการรถไฟถูกเลื่อนออกไปถึง 4 ปี จากปี 2562 และต้นทุนรวมก็พุ่งขึ้นเป็น 7,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 225,144 ล้านบาท) หรือประมาณ 20% จากราคาที่เคยประเมินไว้ ขณะที่เงินทุน 75% มาจากธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศจีน การจ่ายดอกเบี้ยจึงกลายเป็นภาระหนักสำหรับผู้ดำเนินการโครงการ.

เครดิตภาพ : AFP