สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ว่าเพื่อแก้ไขปัญหาจากต้นทุนการก่อสร้างที่พุ่งสูงขึ้น และความต้องการซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ที่ส่งผลให้การชำระหนี้เป็นภาระมากขึ้นเรื่อย ๆ รัฐบาลอินโดนีเซียจึงถูกบังคับให้ต้องอัดฉีดเงินทุนสาธารณะเข้าสู่โครงการ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ไม่ได้อยู่ในแผนเดิม
ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น นายประเสตโย ฮาดี รมช.การต่างประเทศอินโดนีเซีย เปิดเผยเมื่อวันที่ 10 ก.พ. ว่า รัฐบาลได้ตัดสินใจใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน เพื่อช่วยชำระหนี้ของโครงการรถไฟ โดยคาดว่าค่าใช้จ่ายประจำปีที่เกี่ยวข้องจะสูงถึงประมาณ 1.2 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 2.23 ล้านล้านบาท)
รถไฟความเร็วสูง “วูช” (Whoosh) วิ่งด้วยความเร็วสูงสุดถึง 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ครอบคลุมเส้นทาง 140 กิโลเมตร ระหว่างกรุงจาการ์ตาและเมืองบันดุง ในจังหวัดชวาตะวันตก โดยใช้เวลาประมาณ 45 นาที
Roughly two years after the line began operations in October 2023, ballooning construction costs and weaker-than-expected passenger demand have made debt repayment increasingly onerous.https://t.co/VaW7LsCqEg
— The Star (@staronline) February 17, 2026
อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้โดยสารต่อวันยังคงน้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนซึ่งคาดการณ์ไว้เดิมที่ 60,000 คน เนื่องจากค่าโดยสารสูงกว่ารถไฟทั่วไป และสถานีหลายแห่งตั้งอยู่ไกลจากใจกลางเมือง
ในสมัยของอดีตประธานาธิบดี ซูซีโล บัมบัง ยูโดโยโน ระบบรถไฟหัวกระสุนชินคันเซ็นของญี่ปุ่น เคยถูกพิจารณาให้เป็นตัวเลือกสำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงของอินโดนีเซีย แต่ในปี 2558 อดีตประธานาธิบดีโจโค วิโดโด จีนได้รับสัญญาหลังจากยืนยันว่า โครงการนี้ไม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนจากรัฐบาลอินโดนีเซีย
อย่างไรก็ตาม การเปิดให้บริการรถไฟถูกเลื่อนออกไปถึง 4 ปี จากปี 2562 และต้นทุนรวมก็พุ่งขึ้นเป็น 7,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 225,144 ล้านบาท) หรือประมาณ 20% จากราคาที่เคยประเมินไว้ ขณะที่เงินทุน 75% มาจากธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศจีน การจ่ายดอกเบี้ยจึงกลายเป็นภาระหนักสำหรับผู้ดำเนินการโครงการ.
เครดิตภาพ : AFP



