กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีของ “ปู กนกวรรณ” ที่ออกมาประกาศยุติความสัมพันธ์กับตลกรุ่นใหญ่ “เด๋อ ดอกสะเดา” หลังพบความจริงเรื่องการซุกครอบครัวเก่าไว้นานเกือบ 3 ทศวรรษ ตามที่ข่าวได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดอดีตพิธีกรดังอย่าง “เข็มกฤตธีรา อินพรหม” หรือ “เข็ม ตีสิบ” ได้ออกมาโพสต์วิเคราะห์สถานการณ์ในมุมมองทางจิตวิทยาและประสบการณ์ตรงที่ครอบครัวเคยเจอ จนกลายเป็นไวรัลที่โดนใจเมียหลวงทั่วประเทศ โดยเธอได้ระบุข้อความว่า

“ได้เสพข่าวคุณ ปู vs คุณเด๋อ แล้ว มีความรู้สึกหลายอย่างตีเข้ามาในหัว ออกตัวก่อนเลยว่าไม่ได้เสพข่าวลึกมากมาย เสพพอประมาณ เพราะมาพร้อมเรื่องกกต. แต่จะวิเคราะห์จากสถานการณ์คนภายนอกมองเข้าไป เพราะอยากจะฝากให้ได้คิดจากคนที่ คุณแม่ตัวเองเคยเจอแบบนี้ สุดท้ายคุณแม่ถอย เจ็บปวดไหมแน่นอนอยู่แล้วล่ะ แม่ทนมา 44 ปี แถมโดนเข้าใจผิดมาตลอดเวลาจากคำบอกเล่าผิดๆที่เกินควบคุม

29 ปี คิดว่า….. ไปเถอะค่ะ ถ้าพี่ปู ถอยออกไปไม่ได้แปลว่าเห็นแก่ตัว แต่แค่รู้สึกไม่ปลอดภัยทางอารมณ์รู้สึกว่าพื้นที่ของตัวเองถูกลดความสำคัญ และอาจรู้สึกว่าถูกแทนที่ในช่วงที่สามีเปราะบางที่สุด คนที่ดูแลกันทุกวัน พอมีอดีตเข้ามา แล้วตัวเองกลายเป็นคนเกิน มันเจ็บนะ มันเหมือนถูกผลักออกจากบ้านตัวเอง ส่วนภรรยาเก่า แต่งงานใหม่ไปแล้ว สถานะไม่ชัดเจน กลับมา การเข้ามาผ่านลูกสาว (ของภรรยาคนแรก) แล้วอ้างความชอบธรรมในฐานะ ไม่ว่าจะเป็น “แม่ของลูก” “ภรรยาเก่า” หรือ ลูกของภรรยาเก่า เข้ามาแทคทีม

ทางจิตวิทยาเรียกว่า moral positioning — การวางตัวเองในจุดที่ดูถูกต้องทางศีลธรรม แต่ความชอบธรรมไม่ได้แปลว่า ‘เหมาะสม’ เพราะ “สิทธิ” ในการเป็นแม่ หรือสิทธิในการเป็นลูก ไม่เท่ากับ “สิทธิ” ในการเข้ามาในชีวิตคู่ของเขาอีกครั้ง ถ้าภรรยาปัจจุบันถอย แล้วภรรยาเก่าเข้ามาแทน มันไม่ใช่แค่เรื่องความห่วงใยแล้ว มันคือการ “แทรกตำแหน่ง” ยังไงก็กระทบความรู้สึกค่ะ จะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

ลูกสาวอาจรู้สึกว่า “นี่คือพ่อของฉัน ฉันมีสิทธิดูแล” หรือในเคสที่ “นี่สามีเก่า ชั้นมีสิทธิห่วงใย” อย่าเพิ่งโกรธนะคะ ในเชิงความรู้สึก มันเข้าใจได้ แต่ในเชิงโครงสร้างครอบครัว พ่อมีภรรยาใหม่แล้ว คนที่ควรเป็นศูนย์กลางการดูแลคือภรรยาปัจจุบัน การอ้างความถูกต้องโดยไม่สนผลกระทบ คือความถูกต้องที่ไม่มีความรับผิดชอบ อย่าโกรธนะคะ ย้ำ ค่อยๆ เอาใจเขามาใส่ใจเรา

งานนี้ไม่มีใครผิดนะคะ ไม่ใช้คำว่า ผิดแบบขาวดำแต่ถ้าพฤติกรรมทำให้ภรรยาปัจจุบันเสียใจจนต้องถอย, ครอบครัวใหม่สั่นคลอน, เกิดความแตกแยกจริง ต่อให้เจตนาดี มันก็เป็นการจัดการที่ไม่ดีและในชีวิตผู้ใหญ่ ความรับผิดชอบสำคัญกว่าเจตนา เจตนาดีแต่ต้องผ่านการสื่อสารที่ดี healthy communication

การพูดคุยแบบเชิงให้เกียรติ ขออนุญาต ดูจังหวะ ในขณะที่คนกลางเจ็บป่วยอยู่ ถือว่าเป็นทางออก แต่เราก็ไม่สามารถคาดหวังกับคนกลางได้เพราะเขาไม่ได้ครบถ้วนสมบูรณ์เพียงพอที่จะตัดสินใจอะไรได้ (lacks decision-making capacity) แต่สำหรับความอดทนที่คิดว่า มันไม่ healthy กับชีวิตตัวเอง การออกไปเริ่มต้นใหม่เมื่อเวลาผ่านไปเกือบค่อนชีวิตก็ไม่ได้ถือว่าคุณปูผิดอะไร **ได้ edited บางส่วนตามสถานการณ์ที่คนแจ้งมานะคะ”

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Khem Krithera