นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยความคืบหน้าการเจรจาภาษีตอบโต้กับทางการสหรัฐว่า ปัจจุบันไทยยังเดินหน้าเจรจากับสหรัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาข้อสรุปในแต่ละประเด็นร่วมกัน ซึ่งยังมีหลายประเด็นที่ยังมีความต้องการ ความคาดหวังที่ต่างกันของทั้งสองฝ่าย อีกทั้งยังมีบางประเด็นจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบในระดับนโยบาย ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ก.พ.2569 ทั้ง 2 ประเทศได้มีการหารือในระดับอธิบดี โดยทางสหรัฐแสดงความยินดีที่ประเทศไทยจัดการเลือกตั้งได้เป็นที่เรียบร้อย และคาดว่าการจัดตั้งรัฐบาลใหม่น่าจะเสร็จสิ้นตามกำหนด
ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับกรอบเวลา หรือไทม์ไลน์ของการเจรจาและการจัดทำความตกลง ซึ่งสัมพันธ์กับสถานะการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งทั้งสองฝ่ายคาดหวังให้การเจรจาสามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้โดยเร็ว โดยฝ่ายสหรัฐฯ ไม่ขัดข้องหากฝ่ายไทยจะยื่นข้อเสนอรายการสินค้าที่จะได้รับการยกเว้นภาษีตอบโต้จากสหรัฐ ภายใต้กรอบบัญชีรายการสินค้าเป้าหมาย ที่สหรัฐฯ ยอมเปิดช่องให้ประเทศคู่เจรจาขอยกเว้นภาษีตอบโต้ได้ หรือแอนเน็กซ์ 3 หรือข้อเสนออื่น มาก่อนการสรุปผลเจรจา แต่ผลการพิจารณาสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับผลการเจรจาเป็นสำคัญ
“สำหรับเรื่องกรอบเวลาการเจรจาของประเทศไทย โดยกระทรวงพาณิชย์ วางแผนที่จะเร่งผลักดันให้สามารถสรุปผลเจรจาที่ทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์ ให้แล้วเสร็จภายในเดือนก.ค.69”
นางศุภจี กล่าวว่า อย่างไรก็ตามในส่วนข้อกังวลว่าไทยจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบนั้น หากพิจารณาจากสถานะอัตราภาษีตอบโต้ของประเทศไทย ยังอยู่ในสถานะเท่าเทียมกับประเทศในอาเซียน ขณะที่ในเรื่องการได้เปรียบเรื่องการยกเว้นภาษีภายใต้ แอนเน็กซ์ 3 สหรัฐหรือไม่นั้น มีการกำหนดเงื่อนไขแตกต่างกันไปบ้าง แล้วแต่การเจรจา แต่โดยรวมจะยังไม่เกิดสิทธิ์การลดภาษีโดยทันที เช่น ของมาเลเซียจะเกิดสิทธิ์หลังจาก 60 วันของการดำเนินการให้ความตกลงฯ มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายภายในของมาเลเซีย และมีหนังสือแจ้งสหรัฐ ซึ่งในขั้นนี้ยังเท่ากับว่ารายการสินค้าส่งออกในบัญชียกเว้นภาษีของมาเลเซีย ยังคงเสียภาษีตอบโต้ตามอัตราปกติอยู่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสินค้าใน แอนเน็กซ์ 3 ประกอบด้วย 1.สินค้าเกษตร 14 หมวดหมู่ ครอบคลุมสินค้าบางรายการในหมวดสัตว์มีชีวิต เนื้อสัตว์ ปลาและสัตว์น้ำ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้ำ ไม้ดอกไม้ประดับ ผัก ผลไม้ กาแฟ ชา และเครื่องเทศ ธัญพืช ผลิตภัณฑ์จากธัญพืช ฯลฯ 2.สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร 7 หมวดหมู่ ครอบคลุมสินค้าบางรายการในหมวดไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ของปรุงแต่งจากเนื้อสัตว์ ปลา และสัตว์น้ำ ของปรุงแต่งจากธัญพืช ของปรุงแต่งจากผัก และผลไม้ อาหารสัตว์ ฯลฯ
3.สินค้าอุตสาหกรรม เป็นสินค้าใช้ในอุตสาหกรรมเภสัชกรรม และอากาศยานเชิงพาณิชย์ ครอบคลุมสินค้าบางรายการในหมวดเคมีภัณฑ์ พลาสติกและของทำด้วยพลาสติก ของทำด้วยเหล็กหรือเหล็กกล้า อะลูมิเนียมและของทำด้วยอะลูมิเนียม เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ยานพาหนะและส่วนประกอบ เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์เบ็ดเตล็ด และครอบคลุมสินค้าอัญมณี เครื่องประดับ เหล็กและเหล็กกล้า ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ และไม้ก๊อกและของทำด้วยไม้ก๊อก โดยมีสินค้าที่ไทยได้รับประโยชน์หากได้รับการยกเว้น ทั้งหมวดสินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร และสินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ และเฟอร์นิเจอร์



