สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการสันติภาพ อย่างเป็นทางการครั้งแรก ที่กรุงวอชิงตัน โดยมีผู้นำและผู้แทนระดับสูงจากรัฐบาลของราว 20 ประเทศเข้าร่วม
.@POTUS announces commitments of more than $7B toward the Gaza relief package from members of the @BoardOfPeace:
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) February 19, 2026
"Every dollar spent is an investment in stability… We want to have a harmonious Middle East." pic.twitter.com/I5P1r9jHhz
แม้รัฐบาลทรัมป์สมัยที่สองตัดงบประมาณสนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้นำสหรัฐกล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการสันติภาพ ว่ารัฐบาลวอชิงตันจะอัดฉีด 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 311,800 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการสันติภาพ

ขณะที่กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ต่างให้คำมั่นว่า จะบริจาคอย่างน้อยประเทศละ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 31,180 ล้านบาท) ซึ่งจะช่วยให้ได้รับสถานะสมาชิกถาวรด้วย

ด้านนางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า ตอนนี้สมาชิกคณะกรรมการสันติภาพระดมทุนได้ร่วมกันมากกว่า 6,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว (ราว 202,670 ล้านบาท) โดยยังไม่รวมวงเงินของรัฐบาลวอชิงตัน
WATCH: @POTUS signs the unanimously-passed resolution establishing the principles of financial integrity and transparency that will guide the @BoardOfPeace pic.twitter.com/3Q9Z83cVDW
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) February 19, 2026
.@POTUS concludes the inaugural @BoardOfPeace meeting in Washington, D.C.: "I think this will maybe be one of, if not the most important day of our careers… We're going to straighten out Gaza. We're going to make Gaza very successful and safe." pic.twitter.com/lcRdAJwG02
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) February 19, 2026
ทั้งนี้ ทรัมป์ยังคงยืนยันว่า ภารกิจหลักของคณะกรรมการสันติภาพในเวลานี้ คือการสร้างสันติภาพระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ และการเดินหน้าฟื้นฟูฉนวนกาซา ด้วยวิธีการที่รวมถึงการพัฒนาฉนวนกาซาให้กลายเป็น “สถานที่ท่องเที่ยวสุดหรูระดับโลก” และการจัดตั้งกองกำลังสร้างเสถียรภาพระหว่างประเทศ ที่จะมีอินโดนีเซียเป็นรองผู้บัญชาการ
อย่างไรก็ตาม การที่ทรัมป์ยังไม่สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน เกี่ยวกับการใช้งบประมาณที่เกี่ยวข้อง และสภาคองเกรสอนุมัติงบประมาณให้กับคณะกรรมการสันติภาพแล้วหรือไม่ อีกทั้งการที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานเอง ซึ่งจะยังคงอยู่แม้พ้นวาระประธานาธิบดี และมีอำนาจตัดสินใจ “เด็ดขาด” แต่เพียงผู้เดียว จึงเกิดเสียงวิจารณ์ตามมา ในเรื่องความโปร่งใสขององค์กร.
เครดิตภาพ : AFP



