สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการสันติภาพ อย่างเป็นทางการครั้งแรก ที่กรุงวอชิงตัน โดยมีผู้นำและผู้แทนระดับสูงจากรัฐบาลของราว 20 ประเทศเข้าร่วม


แม้รัฐบาลทรัมป์สมัยที่สองตัดงบประมาณสนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้นำสหรัฐกล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการสันติภาพ ว่ารัฐบาลวอชิงตันจะอัดฉีด 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 311,800 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการสันติภาพ


ขณะที่กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ต่างให้คำมั่นว่า จะบริจาคอย่างน้อยประเทศละ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 31,180 ล้านบาท) ซึ่งจะช่วยให้ได้รับสถานะสมาชิกถาวรด้วย


ด้านนางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า ตอนนี้สมาชิกคณะกรรมการสันติภาพระดมทุนได้ร่วมกันมากกว่า 6,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว (ราว 202,670 ล้านบาท) โดยยังไม่รวมวงเงินของรัฐบาลวอชิงตัน


ทั้งนี้ ทรัมป์ยังคงยืนยันว่า ภารกิจหลักของคณะกรรมการสันติภาพในเวลานี้ คือการสร้างสันติภาพระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ และการเดินหน้าฟื้นฟูฉนวนกาซา ด้วยวิธีการที่รวมถึงการพัฒนาฉนวนกาซาให้กลายเป็น “สถานที่ท่องเที่ยวสุดหรูระดับโลก” และการจัดตั้งกองกำลังสร้างเสถียรภาพระหว่างประเทศ ที่จะมีอินโดนีเซียเป็นรองผู้บัญชาการ


อย่างไรก็ตาม การที่ทรัมป์ยังไม่สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน เกี่ยวกับการใช้งบประมาณที่เกี่ยวข้อง และสภาคองเกรสอนุมัติงบประมาณให้กับคณะกรรมการสันติภาพแล้วหรือไม่ อีกทั้งการที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานเอง ซึ่งจะยังคงอยู่แม้พ้นวาระประธานาธิบดี และมีอำนาจตัดสินใจ “เด็ดขาด” แต่เพียงผู้เดียว จึงเกิดเสียงวิจารณ์ตามมา ในเรื่องความโปร่งใสขององค์กร.

เครดิตภาพ : AFP