เมื่อวันที่ 20 ก.พ. นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้โพสต์ข้อความลงในเพจ หมอเจด ระบุว่า

หลายคนงงมากครับ “หมอครับผมก็ไม่กินขนม ไม่กินน้ำหวานเลย ทำไมไตรกลีเซอไรด์ยังสูง?” ความจริงคือ TG ไม่ได้ขึ้นจากน้ำตาลอย่างเดียว แต่มันขึ้นจาก “แป้ง + ไขมันสะสม + ตับที่เผาผลาญไม่ทัน” โดยเฉพาะคนที่มีพุงลง เบาหวานแฝง หรือกินจุกจิกทั้งวัน ถึงไม่หวานก็พุ่งได้ครับ วันนี้สรุปให้แบบเข้าใจง่ายว่าทำไมไม่กินหวานแล้วไตรกลีเซอไรด์ยังสูง และต้องแก้ยังไงบ้าง?

1 ไม่กินหวาน แต่กินแป้งเยอะ = น้ำตาลแฝงเหมือนกัน

หลายคนเลี่ยงขนมได้ แต่ยังจัดเต็มข้าว ก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง มันฝรั่ง เพราะคิดว่าไม่หวาน แต่แป้งพอเข้าไปในร่างกาย มันถูกย่อยเป็นน้ำตาลเหมือนกันครับ ถ้ากินเกิน ตับจะเปลี่ยนน้ำตาลส่วนเกินเป็นไตรกลีเซอไรด์ทันที โดยเฉพาะมื้อเย็นที่ไม่ได้เผาผลาญแล้ว TG จะขึ้นง่ายมาก

2  กินผลไม้เยอะเกิน = ฟรุกโตสเปลี่ยนเป็น TG ที่ตับ

ผลไม้ดีครับ แต่ถ้ากินเป็นจานใหญ่ วันละหลายรอบ โดยเฉพาะผลไม้หวานจัดอย่างองุ่น ลำไย ทุเรียน มะม่วงสุก น้ำตาลฟรุกโตสจะถูกส่งเข้าตับโดยตรง และตับจะเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์ได้ไวมากกว่าน้ำตาลแบบอื่นด้วยซ้ำ หลายคนคิดว่ากินผลไม้แทนขนมคือปลอดภัย แต่จริง ๆ ถ้าเกินวันละ 1–2 ส่วน ก็ทำให้ TG พุ่งได้เหมือนกัน โดยเฉพาะคนที่มีไขมันพอกตับหรืออินซูลินดื้ออยู่แล้วครับ

3  กินจุกจิกทั้งวัน อินซูลินไม่เคยตก TG ไม่เคยลง

บางคนไม่กินหวาน แต่กินทั้งวันเลยครับ มื้อเล็ก ๆ ตลอด ขนมสุขภาพ นมถั่ว โยเกิร์ต ผลไม้ ถั่ว กาแฟใส่นม ทำให้อินซูลินหลั่งตลอดเวลา ร่างกายไม่เข้าสู่โหมดดึงไขมันมาใช้ ตับเลยสร้าง TG ต่อเนื่อง ยิ่งกินบ่อย ยิ่งเผาไม่ทัน วิธีแก้ง่ายคือจัดมื้อให้ชัด 2–3 มื้อ ลดการกินพร่ำเพรื่อ และเว้นช่วงให้ร่างกายได้เผาผลาญจริงครับ

4  ไขมันดีแต่กินเกินก็ทำให้ TG สูงได้

หลายคนหันมากินถั่ว อะโวคาโด น้ำมันมะกอก เพราะคิดว่าสุขภาพดี ซึ่งถูกครับ แต่ปัญหาคือ “พลังงานรวม” ถ้ากินเกิน ร่างกายก็ยังเก็บสะสมเหมือนเดิม ไขมันดีไม่ได้แปลว่ากินได้ไม่จำกัด ถั่วหนึ่งกำมือเล็กพอแล้ว แต่บางคนกินเป็นถุง น้ำหนักขึ้น ตับก็เปลี่ยนส่วนเกินเป็น TG ได้เหมือนกัน ดังนั้นไขมันดีต้องพอดี และต้องมากับการคุมแคลอรีโดยรวมครับ

5 ไขมันพอกตับ = โรงงานผลิต TG แบบเงียบ ๆ

TG สูงมาก ๆ ส่วนใหญ่มี “ไขมันพอกตับ” ซ่อนอยู่ครับ ตับที่มีไขมันสะสมจะผลิตไตรกลีเซอไรด์ออกมาในเลือดมากขึ้น ต่อให้กินไม่เยอะ แต่ถ้าน้ำหนักเกิน พุงลง นอนน้อย เครียด ตับก็ยังเผาผลาญแย่และ TG สูงได้ หลายคนตรวจเจอค่าเอนไซม์ตับสูงร่วมด้วยแบบไม่รู้ตัว วิธีแก้คือ ลดน้ำหนักแค่ 5–10% ก็ช่วยให้ TG ลงและตับดีขึ้นชัดมากครับ

6 แอลกอฮอล์นิดเดียวก็พุ่งได้ โดยเฉพาะเบียร์

อันนี้คือสาเหตุอันดับต้น ๆ เลยครับ ต่อให้ไม่กินหวาน แต่ถ้าดื่มเบียร์ เหล้า ไวน์บ่อย ๆ ตับจะหยุดเผาไขมันแล้วไปจัดการแอลกอฮอล์ก่อน ทำให้ TG สะสมเร็วมาก เบียร์ยิ่งกระตุ้นหนักเพราะมีทั้งแอลกอฮอล์และคาร์โบไฮเดรตซ่อนอยู่ คนที่ดื่มทุกสัปดาห์มักเห็นค่า TG สูงแบบดื้อ ๆ และข่าวดีคือบางคนค่า 300–500 ลงได้ชัดแค่หยุดแอลกอฮอล์ 4–8 สัปดาห์ครับ

 แก้ TG สูงแบบตรงจุด ทำตามนี้

– ลดแป้งขัดขาวก่อน (ข้าว ก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง) สำคัญกว่างดหวานอย่างเดียว

– งดแอลกอฮอล์ 1–2 เดือน ค่า TG ลงชัดมาก

– กินโปรตีนให้พอทุกมื้อ (ปลา ไข่ เต้าหู้) ลดหิว ลดจุกจิก

– เพิ่มโอเมก้า-3 จากปลาทะเล ช่วยลด TG ได้จริง

– เดินหลังอาหารวันละ 15–20 นาที ช่วยเผา TG เร็วขึ้น

– ถ้า TG เกิน 300–500 ควรตรวจไขมันพอกตับและปรึกษาแพทย์เรื่องยาร่วมด้วยครับ

ไตรกลีเซอไรด์สูงไม่จำเป็นต้องมาจาก “ของหวาน” เสมอครับ แต่มักมาจากแป้ง ผลไม้เกิน แอลกอฮอล์ การกินจุกจิกทั้งวัน และไขมันพอกตับแบบเงียบ ๆ ถ้าแก้ถูกจุด ค่า TG ลงได้ไวมาก โดยเฉพาะช่วง 200–400 คือช่วงที่กลับตัวได้ดีที่สุด แค่นิสัยตามนี้ ก็ช่วยลดเสี่ยงหลอดเลือดและไขมันพอกตับได้จริงครับ สำหรับใครที่ค่าไตรกลีเซอไรด์ยังพุ่งสูง สนใจปรึกษา หรืออยากได้ตัวช่วยไขมันดีพิมพ์ “333” มาได้ครับ