เมื่อวันที่ 20 ก.พ. น.ส.ฐิติวรดา เอกบงกชกุล ผู้อำนวยการสำนักเฝ้าระวังและประเมินสภาวการณ์ทุจริต มอบหมายให้ น.ส.กรองกานต์ ปานดำ ผู้อำนวยการกลุ่มสำรวจการรับรู้การทุจริต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักเฝ้าระวังและประเมินสภาวการณ์ทุจริต และสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับผู้แทนจากสำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) ลงพื้นที่เฝ้าระวังและป้องปรามการทุจริตโครงการตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท ใน 2 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

โดยเมื่อวันที่ 17 ก.พ.2569 คณะเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่สำนักงาน สปส. ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เพื่อติดตามการดำเนินโครงการ จำนวน 1 รายการ คือ โครงการเงินสมทบกองทุนประกันสังคมฝ่ายรัฐบาลเพื่อสนับสนุนการลงทุนทางสังคมผ่านโครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2568-2569) วงเงินงบประมาณ 10,000 ล้านบาท โดยในการประชุม ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สปส. ได้ชี้แจงรายละเอียด ขั้นตอน และแนวทางการดำเนินงาน โดยสำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงบประมาณ และสำนักงานป.ป.ท. ได้ให้ข้อคิดเห็น ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะ เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด

ต่อมาเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2569 คณะเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่สำนักงาน สปสช. ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคารรัฐประศาสนภักดี กรุงเทพมหานคร เพื่อติดตามโครงการ จำนวน 1 รายการ คือ โครงการค่าบริการสาธารณสุขสำหรับผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง เพื่อเป็นค่าจ้างผู้ช่วยเหลือดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชน วงเงินตามสัญญา 1,115,268,300 บาท ซึ่ง สปสช. ได้ชี้แจงภาพรวมการดำเนินโครงการในระดับประเทศ

จากนั้นในช่วงบ่าย คณะเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินโครงการในระดับพื้นที่ ณ เทศบาลเมืองท่าโขลง จังหวัดปทุมธานี โดยประชุมร่วมกับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองท่าโขลง พร้อมตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ช่วยเหลือดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง (Caregiver) ในพื้นที่จริง

จากการลงพื้นที่ทั้งสองแห่ง เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงบประมาณ และสำนักงาน ป.ป.ท. ได้ให้ข้อคิดเห็น ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยสำนักงานประกันสังคม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และหน่วยงานในพื้นที่ ได้ให้ความสำคัญต่อข้อเสนอแนะดังกล่าว เพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนาการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน.