เรียกได้ว่าปังต้อนรับต้นปีเลยทีเดียว สำหรับนางเอกซุป’ตาร์ “เบลล่า-ราณี แคมเปน” ที่ล่าสุดได้สร้างเซอร์ไพร้ส์ด้วยการเปิดตัวธุรกิจที่ 5 อย่างเป็นทางการกับแบรนด์ยาดมสมุนไพร “หทัยเฮิร์บ” (Hathai Herb) ในงาน ICONCRAFT x HATHAIHERB : Colour of Breath ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม

ซึ่งงานนี้เบลล่าก็ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงธุรกิจใหม่นี้ พร้อมเคลียร์ประเด็นหัวใจหลังแฟนคลับจับตาไร้รูปคู่หวานใจนักธุรกิจ “วิล ชวิณ” ในวันวาเลนไทน์ โดยเจ้าตัวเผยสาเหตุที่แท้จริงคือการปลีกตัวไปปฏิบัติธรรมกับคุณแม่ พร้อมย้ำสถานะความสัมพันธ์ยังแฮปปี้ แม้จะต่างคนต่างยุ่งแต่ก็หาเวลาเติมหวานย้อนหลังได้เสมอ

เบลล่า เผยว่า “วันนี้ทุกคนอยู่ที่งานอีเวนต์ของแบรนด์ยาดมของเบลเองนะคะ ชื่อ ‘หทัยเฮิร์บ’ ค่ะ ก็มาเปิดตัววันนี้เป็นครั้งแรกเลยค่ะที่เป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการค่ะ ก็มีเปิดตัวทั้งสีใหม่ด้วยค่ะ ตอนแรกออกเป็นสีเขียว วาเลนไทน์มีสีชมพู วันนี้มีสีน้ำเงิน แล้วก็มีแพ็ก 3 มาเพิ่มค่ะ ก็เป็นออพชั่นให้ทุกคนได้เลือกกันค่ะ (ทำไมถึงมาจับธุรกิจนี้?) อยากทำอะไรที่เกี่ยวกับความไทยๆ เรามีความรู้สึกว่าคนชอบเรียกเราแบบ ‘ลูกสาวของชาติ’ อย่างนี้ ลูกสาวคนนี้อยากตอบแทนประเทศด้วยการ เออ อยากทำสินค้าไทยๆ ออกไป ทั้งให้คนไทยด้วยแล้วก็ให้ต่างชาติด้วยค่ะ ก็เลยพอมาเจอตัว เอ่อ สมุนไพรที่เป็นสมุนไพรไทย แล้วก็เป็นยาดมด้วย เบลก็เลยรู้สึกว่าตอนนี้ทุกคนชื่นชอบยาดมเนาะ เราก็เลยอยากทำยาดมที่ออกมาแบบไม่เหมือนในรูปแบบปกติค่ะ ก็เลยแบบคิดแพ็กเกจเป็นชื่อ ‘หทัยเฮิร์บ’ แปลว่าหัวใจ ก็เลยออกแบบเป็นแพ็กเกจรูปหัวใจอะไรอย่างนี้ แล้วก็ตอบโจทย์ที่ฝาไม่หาย พกกันอยู่ทุกวัน ก็มีที่ห้อยไปเลยดีมั้ยอะไรอย่างนี้ค่ะ ก็รู้สึกว่ายาดมเนี่ยไม่ใช่สิ่งที่แบบ เอ่อ เชยเนาะ วัยรุ่นก็ใช้ได้ เป็นแกดเจ็ตก็ได้ เป็นของฝากก็ได้ กลิ่นเนี่ยเทสต์มาเป็นปี กว่าจะเลือกกัน กว่าจะแบบทุกอย่างลงตัวค่ะ เพราะว่า เอ่อ เรื่องของแพ็กเกจก็มีผลนะคะ พอเราเปลี่ยนแพ็กเกจเสร็จปุ๊บ อุ๊ย จากที่ตอนแรกมันอยู่ในอีกฟอร์มหนึ่ง มาอยู่อันนี้มันก็ต้องเปลี่ยนใหม่ ก็พัฒนาอยู่มาเป็นปีอยู่ค่ะ ส้มเป็นตันกว่าจะสกัดได้เอสเซนเชียลออยล์อย่างนี้ แล้วถ้าคนที่ลองได้ดมนะ กลิ่นเขาจะมีเลเยอร์ เพราะว่ามีสมุนไพรกว่า 30 ชนิดอยู่ในนี้ แล้วก็มีกลิ่นที่แบบช่วยทำให้กลิ่นฟุ้งกระจาย อันนี้ใช้คุณวิศวกรคิดนะคะเนี่ย ให้แบบมีแอร์ไดนามิก มีลมโฟลว์ค่ะ

ธุรกิจตอนนี้เยอะเนอะ ก็นั่นน่ะสิ คือเราเรียกได้ว่ามีความสนใจหลากหลายอ่ะค่ะ แต่ว่าอย่างอันนี้อย่างธุรกิจนี้ก็เป็นแพสชันอย่างหนึ่งเลยที่เรารู้สึกแบบเราอยากทำอ่ะ เรารู้สึกว่าตัวโปรดักต์เขาก็คือเหมือนมีคุณค่า แล้วก็ได้ตอบแทน ถ้าทำได้ก็แบบอยากสร้างรายได้ให้คนไทยมากยิ่งขึ้นด้วย เพราะว่าเราก็สนับสนุนเกษตรกรไทย และทำงานร่วมกับชุมชนที่มีแนวคิดเดียวกัน ไม่ใช้สารเคมี (กลิ่นไหนยาก?) เหนื่อยมากเลยอ่ะ มันมีดีเทลเยอะมากเลย แล้วก็มีปัญหาจุกจิกๆ หลายอย่างมากค่ะ ก็ เอ่อ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ CEO ท่านนี้ด้วยค่ะ (หัวเราะ) ตอนนี้ธุรกิจก็มี masis ผ้าอนามัย กางเกงใน แล้วก็มันก็จะเป็นสินค้าผู้หญิงค่ะ แล้วก็มี Jo’s Banoffee ใช่ไหมคะที่ทำอยู่แล้ว มีตัวนี้ หทัยเฮิร์บ แล้วก็เดี๋ยวกำลังจะมีอีกหนึ่งที่กำลังจะออกมาค่ะ แล้วก็ที่ทำกับเบลฐา (เบล ฐาขนิษ) ชื่อว่าเบลฐา เป็นบอดี้ครีม รวมทั้งหมด 5 ตัว แต่มีพาร์ทเนอร์หมดเลยไงคะ คือไม่ได้ทำเองทั้งหมด เพราะว่าเราไม่สามารถทำเองทั้งหมดได้ เราก็เลยต้องมีพาร์ทเนอร์ ต้องมีคนเก่งๆ มีทีมที่ช่วยซัพพอร์ตเราด้วย (แสดงว่าเราไม่ได้มาทำธุรกิจแบบเล่นๆ?) หูย ความจริงอยากทำมานานมากแล้ว แต่รู้สึกว่าไม่พร้อม เพราะว่าเรายังไม่มีประสบการณ์มากพอ เราไม่รู้ว่าเราจะควบคุมยังไง คิดอยากทำนานแล้ว แต่ว่าตอนนี้แบบเหมือนเราเป็นพรีเซ็นเตอร์มาเยอะด้วย แล้วก็เหมือนเรียนรู้จากลูกค้า มีลูกค้าบางท่านมาเป็นพาร์ทเนอร์กับเรา มั่นใจมากขึ้นแล้วก็เลยได้ลุยพร้อมๆ กันเลยค่ะ”

เบลล่า เผยว่า “เรื่องประสบการณ์ที่ได้จากธุรกิจ คือมันได้ความรับผิดชอบมากยิ่งขึ้นจากที่ปกติแล้วเราต้องรับผิดชอบแค่ตัวเอง คืออันนี้เราต้องรับผิดชอบทีม รับผิดชอบบริษัท รับผิดชอบตัวเลข อะไรต่างๆ มันก็เยอะมากๆ ส่วนเรื่องต้นทุนไม่กดดัน ขาดทุนสิกดดัน (หัวเราะ) แต่ไม่กดดันนะ เบลรู้สึกว่ามันก็เป็นประสบการณ์ทุกๆ อย่างแหละ อย่างอันนี้ค่อยๆ โตมากๆ เลย เพราะว่าทีมมันค่อนข้างเล็ก ก็จะลงมาดูเองเยอะมาก ก็เหนื่อยแต่ก็สนุกค่ะ”

เบลล่า เผยว่า “ส่วนวาเลนไทน์ไปปฏิบัติธรรม ใช่ค่ะ ใช่ โดนแซวใหญ่เลย (หัวเราะ) คือเป็นอะไรที่จองกันมาแล้วข้ามปีค่ะ แต่ก็ต้องบอกก่อนว่าเรื่องของเทศกาลหรือวันสำคัญน่ะ คือเบลอ่ะรู้สึกว่าเหมือนทุกๆ วันก็สำคัญได้ มันไม่จำเป็นจะต้องตรงวัน แล้วอย่างสมมุติแบบตรงเทศกาลของก็แพงอะไรอย่างนี้เนาะ แบบดอกไม้แพงอะไรอย่างนี้ เราก็เลยไม่ได้โฟกัสตรงนั้นสักเท่าไหร่ อันนี้ก็คือจองมาข้ามปีแล้วค่ะ คือไปกับแม่ค่ะ กับแม่ก็เป็นคนที่รักใช่ (คนอื่นได้กุหลาบ เราได้ดอกบัวให้พระแทน?) ไม่ได้ดอกอะไรเลย ดอกบัวไม่มีเลย โล่งๆ ค่ะ (ได้ชวน “วิล” ไปไหม?) ความจริงก็ชวนค่ะ แต่ว่าพอดีติดภารกิจที่ต่างประเทศ คือถึงแม้เราไม่ไปปฏิบัติธรรม เขาก็ไม่อยู่ค่ะ (หลายคนจับตาความสัมพันธ์เพราะไม่ได้ลงรูป?) ไม่รู้สึกยังไงแต่ก็เข้าใจได้ด้วย ก็จะสังเกตแหละว่าหลังๆ มาจะไม่ค่อยลงอะไรที่มันเป็นแบบเทศกาลสักเท่าไหร่ คุณผู้ชายเขาขี้อายด้วย (เพราะเรามองว่าทุกวันเป็นวันสำคัญหรือเปล่า?) ใช่ เหมือนตัวเขาเองก็จะคิดแบบนี้เหมือนกัน มันต้องทุกวันหรือเปล่า ไม่ใช่ให้ความสำคัญกับวันใดวันหนึ่ง (เขายังไม่หายขี้อายอีกเหรอ?) เขายังไม่หายเลยค่ะทุกคน เขาไปๆ มาๆ ต่างประเทศตลอด (มีของขวัญให้กันด้วย?) (ส่ายหน้า) บอกแล้วไงโล่งๆ สบายสบาย ชิลชิล (มีส่งข้อความไหม?) อ๋อมีอยู่ค่ะ เบลอ่ะไม่มีเพราะว่าเบลปิดโทรศัพท์ ไม่ได้แตะโทรศัพท์ ถ้าถามมีแบบไปดินเนอร์ย้อนหลังไหม คือไม่ได้กล่าวว่ามันเป็นสำหรับเทศกาลไหน แต่ก็มีได้เจอหลังจากนั้น (ตอนนี้เขายังไม่ได้กลับมาใช่ไหม?) กลับมาแล้วค่ะ (ยิ้ม) เรื่องดินเนอร์คือจะบอกว่าไปมาแล้วแต่ไม่ได้มีการระบุว่าเป็นเนื่องในโอกาสอะไร เป็นภาพรวม มีความสุขภาพรวม (ปีที่ 2 แล้วต้องปรับอะไรมั้ย?) ยังมีอะไรต้องปรับอยู่นะ เบลว่ามันคงต้องมีเรื่อยๆ แหละ อาจจะด้วยอายุหรือเปล่า คือก็ต้องปรับกันไปเรื่อยๆ แต่เบลก็รู้สึกว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ชิลดีนะ สำหรับตัวเบลแล้วก็สบายใจ แล้วก็เป็นอะไรอย่างที่เราอยากเป็น เขาก็เหมือนกัน ส่วนเรื่องเวลา แต่ก็ยังหาเวลาได้อยู่นะ ก็จัดสรรเวลาค่ะ ก็ยุ่งแค่ไหนก็ยังได้เจอ

ส่วนเรื่องไปร่วมคอนเสิร์ตพี่ก้อง ห้วยไร่ (หัวเราะ) ปีที่แล้วไม่ได้ไป ปีนี้ได้ไป ไปแบบไม่สบายด้วย เบลอ่ะถ่ายเอาต์ดอร์เยอะ แล้วก็น่าจะเจอฝุ่นเยอะ แล้วเสียงเบลหายไปเลย แล้วก็แพ้ฝุ่นอยู่แล้วด้วยอย่างนี้ค่ะ ก็ไปแบบแหบๆ แห้งๆ ค่ะที่ทุกคนเห็น มันเลยอาจจะต้องมีการแสดงอะไรมากขึ้นเพื่อชดเชยเสียงที่หายไป (เห็นเราเต้นบนเวทีสลัดคราบนางเอกเลย?) ใช้การแสดงเอา อันนั้นคือเหมือนเจ้าของงานเขาขอ บอกว่า เอ้ย เดี๋ยวเราไปจอยกันนะ ตอนแบบช่วง ใหม่ พัชรี อะไรอย่างนี้ ไปกันให้หมดเลย แต่งานก็เลทเราได้ขึ้นตีสอง เราได้เข็มขัดเปลี่ยน เขาเรียกว่าเข็มขัดแปลงร่างมาของพี่โจ๊ก โซคูล ค่ะ (เป็นอะไรใหม่ๆ กับ ใหม่ พัชรี?) ใช่ค่ะ ซึ่งเป็นการรวมมีม มีคุณพ่อไหมไทย ใหม่ พัชรี แล้วก็นารา (หลายคนบอกว่าเข้ากันมาก?) ใช่ไหม ไปเรื่องลบหน้าให้เขาด้วย คือด้วยความที่ ใหม่ พัชรี ลงเวทีเป็นคนสุดท้ายแล้วเขาก็ยังหิวอยู่ แต่ว่าเจ้าของงานง่วงไปแล้ว เราก็เลยนั่งกินแจ่วฮ้อนเป็นเพื่อนเขา อันนี้คือจุดเริ่มต้น (เขาชวนเราทำอะไรแปลกๆ ไหม?) เขาไม่ เราเนี่ยสิชวน ขอเขาลบหน้า สงสารเขา เห็นเขายัง ทุกคนอาบน้ำหมดแล้วยกเว้นเขา แล้วก็เลยอาสาลบหน้าให้เขาค่ะ (ไม่มีการร่วมมือเพื่อแกล้งเรา?) เขาดูเป็นฝ่ายถูกกระทำ (หัวเราะ) ต้องบอกก่อนว่าเวทีหมอลำเขาลงตอนเช้า แล้วเรานอนข้างเวทีหมอลำ นอนยังไงมันก็นอนไม่ได้อยู่แล้ว เราก็เลยแบบว่าเราทำอะไรดี เราก็เลยบอกว่าหน้าเต็มเลยเดี๋ยวเราลบหน้าให้ไหม เพราะว่าอุปกรณ์เราอยู่ตรงนี้ อยู่ข้างกัน นั่นแหละจุดเริ่มต้น เขาน่าสงสารมาก คือเบลทำแก้ง่วง แต่ก็น่ารักค่ะ รู้สึกว่าสนุกแล้วก็สบายๆ ที่ทำชาเลนจ์ท่าเต้น เจนนี่สอนให้ค่ะ เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ตอนแรกเบลก็แบบอ๋อ รู้แค่ประมาณหนึ่งอย่างนี้ แต่ว่าเจนนี่บอกว่า ทำหน้าเผ็ดๆ บดๆ อะ (เราเต้นจนพี่พลอยต้องมารวบเลยนะ?) พี่พลอยเป็นคนผลักเบลออกไปค่ะ พอเห็นว่าสถานการณ์เริ่มแบบว่า โอ๊ย ไปกันใหญ่แล้ว ก็เลยรวบกลับค่ะ ส่วนปีหน้าต้องรอลุ้นนะคะ ไม่รู้ว่าจะไปถึงจุดไหนกับแก๊งนี้จริงๆ แต่ว่าเป็นแฟนๆ เหมือนว่าเขาซัพพอร์ตมากๆ เลย แต่รอเชียร์นะคะ ขอบคุณค่ะ”