งานนี้ท้ายที่สุดย่อมต้องเดินไปถึงปลายทางอย่าง ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ดูเหมือนว่า “ค่ายน้ำเงิน” ในฐานะพรรคอันดับ 1 ในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ จะไม่มีความวิตกกังวลในเรื่องนี้แต่อย่างใด โดยเฉพาะ “แม่ทัพใหญ่” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย  ท่องสูตรให้เป็นหน้าที่กกต.เดิน ไม่สน ไม่แคร์เดินหน้ารวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลรอสแตนด์บาย สวนทางกับความไม่ปกติในสนามเลือกตั้งที่เกิดขึ้น โดยไม่สามารถฉุดรั้งการเข้าสู่อำนาจในครั้งนี้ได้ แม้ว่าปัญหาที่ถูกร้องเรียนตามมามากมายในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ โดยเฉพาะข้อครหาที่ว่า กกต.เอื้อประโยชน์ให้ใครหรือไม่

โอละพ่อปมบาร์โค้ดทำให้ “วิษณุ เครืองาม” อดีตรองนายกฯ และ“จรัญ ภักดีธนากุล”อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาประสานเสียงเตือนว่าเรื่องบาร์โค้ดอาจส่งผลให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 ขัดรัฐธรรมนูญ สุ่มเสี่ยงจะเป็นโมฆะ จนนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ หากพิสูจน์ได้ว่าบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดสามารถตรวจสอบย้อนหลังจนทราบได้ว่าใครเป็นผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ก็ถือว่าไม่เป็นความลับ ซึ่งคำว่า “ลับ” ต้องหมายถึงความลับตลอดไป ไม่ใช่เพียงช่วงเวลาหนึ่ง

แม้ว่ากกต. จะยืนยันว่ารหัสเหล่านี้มีไว้เพื่อ ป้องกันบัตรปลอม” และควบคุม บัตรเขย่ง เพื่อให้รู้ว่าบัตรใบนี้มาจากเล่มไหน หน่วยไหน ไม่ได้มีไว้ส่องว่าใครเลือกใคร จนกลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่สั่นสะเทือนโรดแมปการเมืองไทย เพราะไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้ในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งไทยมาก่อน  ซึ่งตอนนี้เรื่องถูกยื่นถึงมือ ผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งต่อให้ ศาลรัฐธรรมนูญ” วินิจฉัยแล้ว ต้องติดตามดูว่าความเป็นไปได้ของเรื่องนี้จะออกมาทางไหนได้บ้าง 

แน่นอนว่าเรื่องนี้คนไทยทั้งประเทศจับตารอดูอยู่ถึงความโปร่งใสการทำงานของกกต.ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร รวมถึงยังมีนักวิชาการวิเคราะห์ทางออกลุ้นจะออกหัวหรือก้อย  3 แนวทางคือ ทางที่ 1 ถ้าศาลชี้ว่าเป็นความลับ ก็เป็นอันจบไป โรดแมปก็เดินหน้าต่อ ทางที่ 2 ถ้าศาลชี้ว่าไม่เป็นความลับ แต่ยังไม่มีใครล่วงรู้ จึงไม่เป็นเหตุให้ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ หรือทางสุดท้าย ถ้าศาลชี้ว่า ไม่ลับ และสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ต้องล้างไพ่จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าถือเป็นบทพิสูจน์ภาพลักษณ์“ค่ายสีน้ำเงิน” ว่าสิ่งที่คนภายนอกมอง เป็นความจริง หรือแค่คิดผิดเช่นเดียวกับการทำหน้าที่ของ “องค์กรอิสระ” ซึ่งถูกเชื่อมโยงกับ“สายสีน้ำเงิน”มาตลอด จะทำหน้าที่ได้อิสระจริงหรือไม่ หลังจากที่ผ่านมา ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือของฝ่ายการเมือง ในการช่วยเหลือพวกพ้อง โดยเฉพาะคดีการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประเด็นร้อนเหล่านี้ หากภูมิใจไทย ไม่แสดงให้เห็นความตั้งใจในการคลี่คลายปัญหา อาจเป็นจุดตายตั้งแต่ยังไม่เริ่มตั้งรัฐบาลก็เป็นได้