เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บัญชีเพจเฟซบุ๊ก ชื่อ “Dentons Pisut” หรือบริษัท เด็นตันส์ พิสุทธิ์ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายของ คุณและ ยิมจ์ (Mr. Leak Yim) และคุณวิรินยา ยิมจ์ ได้โพสต์ข้อความพร้อมแนบภาพเอกสาร จำนวน 15 ภาพ โดยมีเนื้อหาแถลงการณ์ 8 ข้อสำคัญ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงกรณีข้อกล่าวหาต่อครอบครัว ‘ยิมจ์’ และการคุ้มครองสิทธิผู้เยาว์ บริษัท เด็นตันส์ พิสุทธิ์ จำกัด ขอแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชนและสาธารณชน ดังนี้
1.คุณและ ยิมจ์ (นายยิม เลียก) ไม่เคยถือสัญชาติไทย ไม่เคยมีสัญชาติไทย และไม่เคยถือหนังสือเดินทาง (Passport) ของประเทศไทยมาตั้งแต่ต้น ดังนั้น การนำเสนอข่าวเรื่อง “การเพิกถอนหนังสือเดินทาง” จึงเป็นข้อมูลไม่ถูกต้องเนื่องจากไม่มีสัญชาติและหนังสือเดินทาง (Passport) ให้เพิกถอนตามกฎหมาย
2.การเดินทางออกนอกประเทศเป็นไปตามแผนธุรกิจ คุณและ ยิมจ์ (นายยิม เลียก) และภรรยา เดินทางออกจากประเทศไทยผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองตามขั้นตอนปกติล่วงหน้าเป็นเวลาหลายเดือนเพื่อปฏิบัติภารกิจทางธุรกิจในต่างประเทศ มิใช่เป็นการหลบหนีการตรวจสอบหรือเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด
3.ความคืบหน้าในระดับสากล ข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่า รัฐสภาสหรัฐ ได้ทำการ “ถอดถอนชื่อของลูกความออกจากร่างกฎหมาย U.S. Dismantle Foreign Scam Syndicates Act” เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญระดับสากลที่ควรนำมาพิจารณาอย่างเป็นธรรม
4.ข้อกล่าวอ้างว่ามีความเชื่อมโยงโดยปราศจากพยานหลักฐานอันมีน้ำหนักเพียงพอตามมาตรฐานแห่งการพิสูจน์ในกระบวนการยุติธรรม ลูกความ “มิได้เป็นคู่ความ” และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับบุคคลอื่น เช่น นายเฉิน จื้อ หรือคดีอื่น ๆ ที่ถูกนำมาเชื่อมโยง ทั้งนี้ ไม่ปรากฏพยานหลักฐานเชิงประจักษ์เรื่องการถือครองกรรมสิทธิ์ร่วม ร่วมลงทุน หรือธุรกรรมทางการเงินใด ๆ กับบุคคลดังกล่าว การนำชื่อไปเชื่อมโยงในการแถลงข่าวทั้งที่ปราศจากฐานข้อมูลข้อเท็จจริงเป็นการกระทำที่ไม่สอดคล้องกับหลักความเป็นธรรมและอาจบั่นทอนความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม

5.กรณีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับบุคคลชื่อ “แตงไทย” กับความบริสุทธิ์ใจในฐานะผู้รับเงินปลายทางจากการปรากฏชื่อของ น.ส.แตงไทย บ้านมะหิงษ์ ในรายการธุรกรรมนั้น สำนักงานฯ ขอชี้แจงว่า ลูกความไม่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือความเกี่ยวข้องใด ๆ กับบุคคลดังกล่าว โดยกลไกการโอนเงินนั้น ธุรกรรมนี้เป็นการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศผ่านระบบ “บัญชีตัวแทนรวม” (Pooled Accounts) ซึ่งเป็นมาตรฐานปกติในภูมิภาคนี้ ลูกความทำการแลกเปลี่ยนเงินจาก USD เป็นเงินบาทในกัมพูชาเพื่อโอนเข้าบัญชีในไทย ส่วนพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 3 มี.ค.64 ลูกความโอนเงิน 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้ผู้ให้บริการในกัมพูชา และได้รับเงินโอนเข้าบัญชีในไทยรวม 30,000,000 บาทในวันเดียวกัน ซึ่งเงินจำนวน 5,000,000 บาท ที่มาจาก น.ส.แตงไทย เป็นเพียงกระบวนการภายในของผู้ให้บริการ (Local Settlement) ที่ลูกความไม่สามารถเข้าไปควบคุมหรือรับรู้ตัวตนของผู้ฝากเงินต้นทางได้ นอกจากนี้ คำพิพากษาของศาลที่เกี่ยวข้อง น.ส.แตงไทย ได้ให้การรับสารภาพต่อศาลจังหวัดชลบุรีแล้ว ว่าเป็น “ผู้ให้บริการรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ” มิใช่อาชญากรที่เกี่ยวข้องกับลูกความโดยตรง
6.การละเมิดสิทธิเด็กและการใช้อำนาจที่ไม่เหมาะสมแก่กรณีต่อ “ผู้เยาว์” ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือการที่เจ้าหน้าที่พยายามขยายผลการสอบสวนไปยังบุตรชายวัยเพียง 6 ขวบของลูกความ มีการออกหนังสือเชิญให้เด็กเข้าให้ถ้อยคำเกี่ยวกับเงินออมส่วนตัวจำนวนเล็กน้อย สำนักงานฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าการนำเด็กในวัยไร้เดียงสาเข้าสู่กระบวนการสอบสวนทางกฎหมายที่ซับซ้อน เป็นการกระทำที่เกินสมควรแก่กรณีและอาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิเด็กตามอนุสัญญาฉบับต่าง ๆ และถ้อยแถลงจากครอบครัว “ในฐานะพ่อ สิ่งที่ผมให้ความสำคัญที่สุดคือการปกป้องลูกชาย การนำเด็ก 6 ขวบเข้าสู่การสอบสวนเป็นสิ่งที่ยากจะยอมรับได้”
7.ความผิดปกติของกระบวนการจัดส่งหนังสือราชการ สำนักงานฯ ขอตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการส่งหนังสือแจ้งคำสั่งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วพบว่ามีเหตุผิดปกติที่อาจทำให้ลูกความเสียสิทธิในการต่อสู้คดี ทั้งการส่งหนังสือแจ้งในระยะเวลาที่กระชั้นชิดอย่างผิดปกติทำให้ลูกความมีเวลาเตรียมตัวและชี้แจงข้อมูลที่จำกัด มีการนำข้อมูลการสอบสวนไปเผยแพร่ผ่านสื่อก่อนที่ลูกความจะได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ทางธุรกิจอย่างรุนแรงทั้งที่กระบวนการยังไม่ถึงที่สุด

8.ข้อพิพาทเกี่ยวกับการยึดหรืออายัดทรัพย์ซ้ำซ้อน เมื่อการตรวจสอบความสุจริตของบุคคลยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด ลูกความขอตั้งคำถามถึงมาตรฐานการปฏิบัติงานในกรณีที่ได้มีการตรวจสอบทรัพย์สินชุดเดิมที่เคยได้รับการพิสูจน์และคืนทรัพย์สินไปแล้ว คือ การตรวจสอบที่สิ้นสุดไปแล้ว ทรัพย์สินส่วนใหญ่ได้ผ่านกระบวนการชี้แจงและตรวจสอบอย่างละเอียดจนนำไปสู่การคืนทรัพย์สินมาแล้วครั้งหนึ่ง ความซ้ำซ้อน คือ การกลับมาอายัดหรือตรวจสอบในประเด็นเดิม ทรัพย์สินเดิม ถือเป็นความซ้ำซ้อนที่สร้างภาระแก่ประชาชนเกินสมควร และขัดต่อหลักความยุติธรรมที่ว่าบุคคลไม่ควรถูกดำเนินคดีซ้ำในเรื่องที่ได้รับการวินิจฉัยไปแล้ว
ทั้งนี้ บทสรุปและจุดยืน ลูกความยังคงเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย และพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่บนพื้นฐานของพยานหลักฐานที่ถูกต้อง และเราขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติหน้าที่โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน และความถูกต้องตามกระบวนการกฎหมายเป็นสำคัญ เพื่อไม่ให้การบังคับใช้กฎหมายกลายเป็นเครื่องมือในการทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ นอกจากนี้ สำนักงานฯ ขอจัดส่งพยานหลักฐาน จำนวน 3 รายการ ประกอบแถลงการณ์ ดังนี้ แผนภาพแสดงกลไกการโอนเงินระบบบัญชีรวม (Pooled Accounts), สรุปรายการเคลื่อนไหวในบัญชีวันที่ 3 มี.ค.64 และหลักฐานการส่งไปรษณีย์ EMS ที่แสดงถึงความผิดปกติของระยะเวลาการแจ้งคำสั่ง

อนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับแถลงการณ์ดังกล่าวจากทางฝ่ายกฎหมายของนายยิม เลียก ถือเป็นการชี้แจงครั้งแรกต่อสาธารณะ ภายหลังจากเมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยคณะกรรมการธุรกรรม ได้มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราวของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ในคดีสำคัญ 4 รายคดี รวมมูลค่าประมาณ 13,074 ล้านบาท ดังนี้
รายคดี น.ส.แตงไทย (สงวนนามสกุล) กรณี MR.LEAK YIM นางวิรินยา (สงวนนามสกุล) MR.SMITH BEN และ น.ส.แคทรียา กับพวก ได้หลอกลวงผู้เสียหาย มีข้อมูลเชื่อมโยง นายยิม เลียก และพบข้อมูลการทำธุรกรรมเชื่อมโยงไปยังนายเบน สมิธ ซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งผลคดี ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 68 รายการ (ย.300 – 302/2568 และ ย.305/2568 เช่น ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์ เรือยอชท์ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 12,123 ล้านบาท ตามที่ได้มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น.



