เมื่อวันที่ 23 ก.พ. นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า ขบ.ได้เปิดตัวโครงการ “Taxi ดีพร้อม” เพื่อยกระดับการให้บริการรถแท็กซี่สาธารณะให้มีความปลอดภัย และทันสมัยมากขึ้น ตอบโจทย์วิถีชีวิตผู้โดยสารในยุคดิจิทัล โดยเป็นระบบยืนยันตัวตน และร้องเรียนแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชัน DLT GPS NOTICE หัวใจสำคัญของระบบ Taxi ดีพร้อม คือ การสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ โดยระบบจะทำงานควบคู่กันระหว่าง ผู้ขับขี่ และ ผู้โดยสาร ผ่านการติดสติกเกอร์ QR Code รูปแบบใหม่ นำร่องในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งได้เริ่มติดตั้งมาตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ.2569 ได้รับเสียงชื่นชมจากทั้งผู้โดยสารชาวไทย และชาวต่างชาติ การให้บริการของรถแท็กซี่ แต่ก็ยังมีผู้โดยสารบางคนที่ร้องเรียนเรื่องการแต่งกายของผู้ขับขี่

นายสรพงศ์ กล่าวต่อว่า โครงการ “Taxi ดีพร้อม“ ผ่านการติดสติกเกอร์ QR Code ใช้งบประมาณ 1.9 ล้านบาท ปัจจุบันมีรถแท็กซี่ติดสติกเกอร์แล้ว 8,132 คัน จากรถแท็กซี่ที่จดทะเบียน 78,894 คัน (รถ Taxi EV จำนวน 6,400 คัน) เฉลี่ยติดสติกเกอร์วันละประมาณ 500 คัน คาดว่าจะติดตั้ง และใช้งานอย่างครบถ้วนภายในเดือน มิ.ย.2569 จากนั้น ประมาณ 6 เดือน จะประเมินโครงการฯ ว่า ควรปรับปรุงอย่างไรบ้าง และติดตั้ง QR Code ให้มีความถาวร พร้อมทั้งพัฒนาแอปพลิเคชัน รวมถึงพิจารณาขยายการดำเนินการไปยังระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ เช่น รถจักรยานยนต์รับจ้าง รถสามล้อ รถโดยสารประจำทาง เป็นต้น
นายสรพงศ์ กล่าวอีกว่า สติกเกอร์ QR Code ขบ. จะติดตั้งให้ฟรี แบ่งเป็น 3 สี คือ 1.สีม่วง สำหรับผู้ขับรถแท็กซี่ ยืนยันตัวตนก่อนขับรถจะติดบริเวณมุมขวาบนของกระจกฝั่งผู้ขับรถ สำหรับผู้ขับขี่รถแท็กซี่ ต้องยืนยันตัวตนคนขับจริง (Driver Identity) โดยผู้ขับขี่ต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน DLT GPS NOTICE และทำการสแกน QR Code ประจำรถ ก่อนให้บริการ เพื่อยืนยันว่าตนเองเป็นผู้ขับขี่ในช่วงเวลานั้นจริง และระบบจะมีการแจ้งเตือนให้ยืนยันตัวตนทุกๆ 4 ชั่วโมง

หากผู้ขับขี่ไม่ลงทะเบียน หรือสแกน เพื่อยืนยันตัวตนก่อนขับรถ มีความผิดตามประกาศ ขบ. เรื่อง ให้แอปพลิเคชัน “DLT GPS-NOTICE” ในเครื่องสื่อสาร ซึ่งมีระบบ หรือเทคโนโลยีติดตามรถสามารถใช้แทนเครื่องบันทึกข้อมูล การเดินทางของรถสำหรับรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร ไม่เกินเจ็ดคนได้ พ.ศ. 2568 ฐานไม่บันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ หรือไม่ส่งข้อมูลตามที่ ขบ.กำหนด ซึ่งมีโทษตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และถ้าไม่สแกนยืนยันตัวตนหลายครั้ง จะนำไปสู่การทบทวนต่อใบอนุญาตต่อไป ขณะเดียวกัน หากพบว่าผู้ขับขี่แกะ หรือไม่ติดสติกเกอร์ QR code จะถือเป็นการไม่แสดงเครื่องหมายตามที่ ขบ.กำหนด มีโทษตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทด้วย
2.สีน้ำเงิน สำหรับผู้โดยสารรถแท็กซี่ ใช้ตรวจสอบข้อมูลรถและผู้ขับขี่ คำนวณค่าโดยสารเบื้องต้น ประเมินความพึงพอใจ 4 ด้าน คือ ความสะอาด การให้บริการ มารยาทในการขับขี่ และการแต่งกาย อีกทั้งยังสามารถร้องเรียนได้อีกด้วย โดยสติกเกอร์จะติดบริเวณกระจกหน้าต่างรถฝั่งผู้โดยสารด้านหลัง อย่างไรก็ตามในอนาคตหากผู้ขับขี่ได้รับการประเมินจากผู้โดยสาร 5 ดาวอย่างต่อเนื่อง ขบ. จะมอบรางวัลให้ เช่น การลดเบี้ยประกันภัย เป็นต้น และ 3.สีแดง สำหรับผู้โดยสารรถแท็กซี่ ใช้ร้องเรียนพฤติกรรมการขับขี่และการให้บริการ เช่น ปฏิเสธผู้โดยสาร เก็บค่าโดยสารเกิน เป็นต้น ติดอยู่บริเวณกระจกหน้าต่างภายนอกรถแท็กซี่

นายสรพงศ์ กล่าวด้วยว่า ผู้ใช้บริการรถแท็กซี่สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DLT GPS NOTICE เมื่อใช้บริการแท็กซี่ สามารถสแกน QR Code ที่ติดอยู่บริเวณกระจกหน้าต่างรถ (ทั้งภายนอก และภายใน) เพื่อตรวจสอบข้อมูลรถและผู้ขับขี่ ระบบจะแสดงภาพถ่ายคนขับ, ชื่อ-สกุล, ข้อมูลรถ, วันสิ้นอายุภาษี และสถานะใบอนุญาตขับรถ ทำให้ทราบทันทีว่าเป็นรถที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ สามารถคำนวณค่าโดยสารเบื้องต้น ประเมินความพึงพอใจและร้องเรียนพฤติกรรมผู้ขับขี่ได้ทันทีแบบเรียลไทม์ หากพบปัญหา เช่น ขับรถประมาท หรือวาจาไม่สุภาพ ข้อมูลจะถูกส่งตรงเข้าสู่ระบบของ ขบ.



