สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ว่าหลังการเผยแพร่การทบทวนเศรษฐกิจของจีนประจำปี คณะกรรมการบริหารของไอเอ็มเอฟ ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันพุธ (18 ก.พ.) ว่า การเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยการบริโภค ควรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเศรษฐกิจขนาดใหญ่แห่งนี้
ขณะเดียวกัน นายเจิ้งซิน จาง ผู้แทนจีนในคณะกรรมการบริหารของไอเอ็มเอฟ โต้แย้งคำวิจารณ์ดังกล่าว และกล่าวในแถลงการณ์แยกต่างหากว่า การเติบโตของการส่งออกของจีนเมื่อปีที่แล้ว ส่วนใหญ่เกิดจากความสามารถในการแข่งขันและนวัตกรรม ควบคู่ไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจล่วงหน้า อันเนื่องมาจากนโยบายการค้าของรัฐบาลวอชิงตัน
In China, stronger social protection would reduce the need for excessive household savings and help the economy pivot more toward consumption‑led economic growth. https://t.co/61qgZVq0Dp pic.twitter.com/X4hZjl7A4q
— IMF (@IMFNews) February 18, 2026
อย่างไรก็ตาม ไอเอ็มเอฟแนะนำให้จีนปรับทิศทางรูปแบบการเติบโตของจีน โดยอาศัยการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางวัฒนธรรม และเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเรียกร้องให้มีการตอบสนองที่ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งผสมผสานการสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจมหภาค กับการปฏิรูปโครงสร้าง
จีนต้องดำเนินการพร้อมกับมาตรการที่ขยายตัวมากขึ้น รวมถึงการกระตุ้นทางการคลัง ขณะที่การสนับสนุนทางการเงินจากรัฐบาลกลาง เพื่อจัดการกับปัญหาอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างไม่เสร็จจำนวนมาก ในตลาดที่ซบเซาของจีน จะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
รายงานระบุว่า ค่าเงินหยวนที่อ่อนลงเมื่อวัดด้วยน้ำหนักการค้า และปรับตามอัตราเงินเฟ้อ ทำให้สินค้าจีนได้เปรียบในต่างประเทศ ขณะที่การนำเข้าซบเซาเนื่องจากความต้องการภายในประเทศลดลง
เจ้าหน้าที่ไอเอ็มเอฟประเมินว่า ค่าเงินหยวนต่ำกว่าความเป็นจริงประมาณ 16% โดยอยู่ในช่วงตั้งแต่ 12.1%-20.7% ขณะเดียวกัน คณะกรรมการก็เรียกร้องให้จีนเพิ่มความยืดหยุ่นของอัตราแลกเปลี่ยน.
เครดิตภาพ : AFP



