ตามที่ได้มีประกาศพระบรมราชโองการ พระราชทานสัญญาบัตร ตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ จำนวน 3 รูป โดยหนึ่งในนั้นคือ พระมหาอนันต์ นิมฺมโล (ป.ธ.8) เจ้าอาวาสวัดเกษมาคม และที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ “พระราชวชิรปัญญารังษี” ตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ. 2569 เป็นต้นไปนั้น
สำหรับประวัติ พระราชวชิรปัญญารังษี หรือ “หลวงตาพระมหาอนันต์” ปัจจุบันอายุ 81 ปี 60 พรรษา ท่านเป็นพระเถระผู้เปี่ยมด้วยวิริยอุตสาหะ มีประวัติและปฏิปทาที่งดงามทั้งในด้านการศึกษาปริยัติธรรมและการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ท่านมีนามเดิมว่า นายอนันต์ โพนกองเส็ง เกิดเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2487 ณ บ้านหลักเมือง จ.กาฬสินธุ์ บรรพชาอุปสมบทเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2507 ณ วัดเกษมาคม โดยมีพระครูวิบูลธรรมาคม เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้รับฉายาทางธรรมว่า “นิมฺมโล” หมายถึง ผู้ปราศจากมลทิน
สอบไล่ได้ เปรียญธรรม 8 ประโยค (ป.ธ.8) จากสำนักเรียนวัดเทพธิดารามวรวิหาร กรุงเทพมหานคร เมื่อพ.ศ.2523 หลังจากสำเร็จการศึกษา ท่านได้ทำหน้าที่ครูสอนพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและบาลี เพื่อสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา ก่อนจะเดินทางกลับสู่บ้านเกิดเพื่ออุปฐากดูแลพระอุปัชฌาย์ที่อาพาธ และได้รับภาระปกครองวัดเกษมาคมสืบมาจนถึงปัจจุบัน
“หลวงตาพระมหาอนันต์” ให้ความสำคัญกับการขัดเกลาจิตใจ ท่านได้เดินทางออกธุดงค์ตามป่าเขาทั่วภาคอีสาน และได้รับความเมตตาให้เข้าศึกษาข้อวัตรปฏิบัติจากบูรพาจารย์สายกัมมัฏฐานหลายรูป อาทิ หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต วัดบรรพตคีรี (ภูจ้อก้อ) จ.มุกดาหาร หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง จ.หนองคาย หลวงปู่สุธัมม์ ธมฺมปาโล วัดเทพกัญญาราม จ.สกลนคร
แม้ “หลวงตาพระมหาอนันต์” จะมีอายุถึง 81 ปี และมีอาการอาพาธด้วยโรคหลอดเลือดในสมองและโรคหัวใจ แต่ท่านยังคงปฏิบัติศาสนกิจอย่างไม่ขาดสาย เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน โดยยึดหลักพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ส่งเสริมการเรียนการสอนปริยัติธรรม และเปิดพื้นที่วัดให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมสำหรับพุทธศาสนิกชน เพื่อสร้างความมั่นคงในศรัทธาต่อพระรัตนตรัย



