เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์เวชปฏิบัติทางประสาทวิทยาที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษด้านสมองและความผิดปกติทางประสาทวิทยา ได้โพสต์ข้อความให้ความรู้เรื่องสุขภาพ ลงในเพจ สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์
“ยาพารา… ก็แค่ยาแก้ปวดธรรมดาเองหมอ”
คุ้น ๆ เนอะ
แต่ข่าวที่เห็นวันนี้ สาวแพ้พารา จนตับวาย
น่ากลัว อ้าวไหน แค่ยาแก้ปวดไง
เบ่าง่ายๆ ครับ
10 ข้อควรรู้ก่อนกินพาราเซตามอล
1) พารา “ปลอดภัย” ถ้าใช้ถูกขนาด พาราเซตามอล (Paracetamol) เป็นยาลดไข้ แก้ปวด ที่ถือว่าปลอดภัยมาก เงื่อนไขเดียวคือ… ต้องไม่เกินขนาด
2) ผู้ใหญ่ไม่ควรเกิน 3,000–4,000 มก./วัน โดยทั่วไป เม็ดละ 500 มก. ไม่ควรเกิน 6–8 เม็ดต่อวัน และควรเว้นระยะห่าง 4–6 ชั่วโมง ปัจจุบันหลายแนวทางแนะนำให้ไม่เกิน 3,000 มก./วัน ถ้ากินต่อเนื่อง
3) ห้ามกินรวดเดียวเยอะ ๆ ขนาดที่เสี่ยงอันตรายคือประมาณ 150 มก./กก. ของน้ำหนักตัว เช่น หนัก 50 กก. กินเกิน 7,500 มก. (15 เม็ด 500 มก.) ครั้งเดียว เริ่มเสี่ยงพิษต่อตับ ตับไม่พังทันที แต่มันจะค่อย ๆ พังใน 1–3 วัน
4) ระวัง “ยาซ้อนพารา” ยาแก้หวัดหลายสูตรมักมีพาราผสมอยู่ บางคนกินยาแก้ปวด + ยาแก้หวัด + ยาลดไข้ รวมกันเกินขนาดโดยไม่รู้ตัว อ่านฉลากทุกครั้งครับ
5) ดื่มแอลกอฮอล์ = เสี่ยงมากขึ้น แอลกอฮอล์ทำให้ตับทำงานหนัก และเพิ่มโอกาสเกิดสารพิษจากพารา เหมือนให้โรงงานทำโอทีทั้งสองกะพร้อมกัน
6) คนเป็นโรคตับ ต้องลดขนาดยา ผู้ที่มีไขมันพอกตับ ไวรัสตับอักเสบ หรือดื่มเหล้าประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ และมักต้องลดขนาดลง
7) กินทุกวันไม่ควรเกิน 5–7 วัน ถ้าปวดหรือมีไข้จนต้องกินต่อเนื่องหลายวัน ควรถามหาสาเหตุ เพราะพาราแก้ “อาการ” แต่ไม่แก้ “เหตุ”
8) ในเด็กต้องคำนวณตามน้ำหนักตัว เด็กใช้หลัก 10–15 มก./กก./ครั้ง ทุก 4–6 ชั่วโมง อย่าใช้ขนาดผู้ใหญ่เด็ดขาด
9) พาราไม่ใช่ลูกอม กินเพราะ “กลัวจะปวด” กินเผื่อไว้ก่อน หรือกินทุกวันเพราะเครียด ใจเย็น มันคือยากินเวลาปวด ไม่ได้รักษาโรค
/ กินด้วยความเข้าใจ ดีกว่ากินเยอะทั่วไป จะเข้าโลงจากตับวายนะ
– อจ สุรัตน์



