สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ว่ารายงานโดยสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการศึกษายุทธศาสตร์ ( ไอไอเอสเอส ) เผยแพร่รายงานประจำปีว่าด้วย “ความสมดุลทางทหาร” ซึ่งเป็นฐานข้อมูลด้านการทหารระดับโลกที่นักวิเคราะห์ทั่วโลกใช้เป็นบรรทัดฐาน มีเนื้อหาตอนหนึ่งเกี่ยวกับสถานการณ์ภายในกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ( พีแอลเอ ) ว่าการเดินหน้ากวาดกล้างการคอร์รัปชันภายในพีแอลเอยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การกวาดล้างครั้งนี้มีแนวโน้มว่าจะยังไม่สิ้นสุด แม้การดำเนินคดีจะขยายวงกว้างไปครอบคลุมตั้งแต่คณะกรรมาธิการทหารส่วนกลาง ซึ่งเป็นองค์กรสูงสุดของพีแอลเอ กองบัญชาการยุทธบริเวณ หน่วยจัดซื้อจัดจ้างและพัฒนาอาวุธ ไปจนถึงสถาบันวิชาการด้านการป้องกันประเทศ
The IISS is delighted to launch the 2026 edition of The Military Balance.
— IISS News (@IISS_org) February 24, 2026
The publication reflects on an increasingly complex and dynamic international defence and security environment. Spanning more than 500 pages, it serves as an essential information source, providing data… pic.twitter.com/35Z0Uc3lse
ในเชิงองค์กร ตราบใดที่ตำแหน่งว่างลงยังไม่มีผู้เข้ามาทำหน้าที่ พีแอลเอจะต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ข้อจำกัดร้ายแรงทางโครงสร้าง เพราะการกวางล้างภายในโครงสร้างคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลาง ซึ่งเป็นหน่วยงานบังคับบัญชาสูงสุดที่มีสมาชิก 7 คน แต่ตอนนี้มีสมาชิกเหลือเพียง 2 คน คือประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในตำแหน่งประธาน และพล.อ.จาง เซิ่งหมิน ในตำแหน่งรองประธาน
China military purge taking toll on command and readiness, study finds https://t.co/1y5VGjKXwG
— ST Foreign Desk (@STForeignDesk) February 24, 2026
ขณะเดียวหัน หากมีการเลื่อนตำแหน่งบุคคลด้วยระบบเส้นสาย หรือมีการนำอาวุธที่ด้อยประสิทธิภาพเข้ามาใช้ผ่านปัญหาการทุจริตสัญญาจัดซื้อ รวมถึงขวัญกำลังใจทหารที่ลดลง “การกวาดล้างครั้งนี้ย่อมส่งผลกระทบอย่างน้อยในระยะสั้น”
อย่างไรก็ ไอไอเอสเอสเชื่อว่า ผลกระทบนี้จะเป็นเพียง “ชั่วคราว” และกระบวนการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยจะยังคงดำเนินต่อไปอย่างรวดเร็ว จากการที่งบประมาณทางทหารของจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนแซงหน้าประเทศอื่นในเอเชีย โดยในปี 2568 จีนมีสัดส่วนงบกลาโหมสูงถึง 44% ของงบประมาณทหารทั้งภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ย 37% ระหว่างปี 2553-2563.
เครดิตภาพ : AFP



