เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ผู้ใช้เพจเฟซบุ๊กชื่อว่า “Muhummad Chariiwat” โพสต์ข้อความระบุว่า “ขอความเป็นธรรมให้ลูกชายของผม ผมเขียนข้อความนี้ด้วยหัวใจของคนเป็นพ่อ พ่อคนหนึ่งที่ต้องสูญเสียลูกชายวัยเพียง 2 ขวบ 5 เดือน ไปอย่างไม่มีวันกลับ
วันที่ 24 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 12.50 น. ลูกชายของผมประสบอุบัติเหตุถูกรถยนต์ชนและเหยียบทับ ผมรีบนำลูกส่งโรงพยาบาลนครพนม ทันที และถึงโรงพยาบาลในเวลา 12.57 น. ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีหลังเกิดเหตุ ขณะนำส่งโรงพยาบาล ลูกยังมีสติ พูดคุยรู้เรื่อง ร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด มีบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าผากแตกเป็นแผลลึก ขาขวาผิดรูป และมีบาดแผลหลายจุดทั่วร่างกาย เมื่อถึงห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่ทำแผลเบื้องต้น ใส่สายน้ำเกลือ และส่งตรวจ CT scan สมอง และเอกซเรย์ขาระหว่างการตรวจ เลือดจากต้นขาขวาของลูก ไหลไม่หยุด
หลังจากนั้นลูกถูกส่งกลับมารอผลตรวจที่ห้องฉุกเฉินและมีแพทย์ฝึกหัดใช้อัลตราซาวด์ช่องท้องเพิ่มเติมแต่เลือดจากแผลที่ต้นขายังคงไหลไม่หยุด ผมต้องเรียกพยาบาลมาทำแผลซ้ำ ลูกเริ่มเจ็บมาก หิว และร้องขอดื่มนม ดื่มน้ำ แต่ได้รับคำตอบว่า ลูกมีคิวผ่าตัดเวลา 20.00 น.จึงไม่สามารถกินหรือดื่มอะไรได้ ต่อมาลูกอาเจียนถึง 2 ครั้ง ซึ่งญาติได้แจ้งพยาบาลแล้ว แต่ไม่มีการดูแลเพิ่มเติม
เวลาประมาณ 15.05 น. ลูกถูกส่งไปพักรอผ่าตัดที่ ห้องศัลยกรรมหญิง ไม่ใช่พื้นที่ใกล้แพทย์ฉุกเฉิน ผมเกิดความกังวลใจและสอบถามถึงการส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลสกลนคร แต่แพทย์ฝึกหัดแจ้งว่าไม่สามารถย้ายได้ เนื่องจากอาการวิกฤติและต้องรอผ่าตัด
ระหว่างรอผ่าตัด ลูกยังเจ็บ อ่อนเพลีย ร้องหิวน้ำ หิวนม เลือดไหลจากบาดแผลหลายจุด รวมถึงบริเวณท้ายทอย ญาติแจ้งพยาบาลให้ช่วยทำแผลแต่ไม่มีการตรวจประเมินบาดแผลอย่างละเอียด

ช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. ลูกเริ่มมีอาการผิดปกติอย่างชัดเจน อ่อนเพลียมาก ปากซีด ตัวเหลือง มือเท้าเย็น พยาบาลพยายามวัดความดันและอุณหภูมิหลายครั้งแต่เครื่องไม่แสดงผล ใช้เวลานานจนถึงประมาณ 18.20 น. โดยแจ้งเพียงว่าแขนเด็กเล็ก และจะกลับมาตรวจใหม่
จนกระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. อาการของลูกทรุดลงอย่างรุนแรง ซึม ไม่พูด ตัวเหลือง ซีด มือเท้าเย็นจัด มีอาการตาลอยเป็นระยะ แต่ยังบอกว่าหิวน้ำ หิวนม เวลา 19.30 น. ลูกพูดประโยคสุดท้ายกับแม่ของเขาว่า “แม่…ม่อนไม่ไหวแล้ว” จากนั้นลูกมีอาการน้ำลายฟูมปาก หมดสติ และชีพจรหยุดเต้น
ทีมแพทย์และพยาบาลช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) ประมาณ 31 นาที ก่อนจะกลับมามีชีพจร และถูกส่งเข้าผ่าตัดและ ICU แต่ลูกไม่รู้สึกตัวอีกเลย
และจากไปในวันที่ 27 มกราคม 2569 เวลา 16.45 น.
จากเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ครอบครัวของผมยังมีข้อสงสัยอย่างมาก ต่อกระบวนการรักษา เช่น
– การประเมินอาการผู้ป่วยเด็กในระยะแรก
– การห้ามเลือดและการดูแลบาดแผลที่เลือดไหลไม่หยุด
– การส่งผู้ป่วยไปรอผ่าตัดในพื้นที่ที่ไม่มีแพทย์ดูแลใกล้ชิด
– การติดตามสัญญาณชีพ เมื่อเครื่องมือไม่แสดงผล แต่ไม่มีการเร่งประเมินอาการอย่างจริงจัง
แม้โรงพยาบาลจะเชิญครอบครัวไปพูดคุย และได้พบผู้อำนวยการโรงพยาบาลแล้ว แต่คำชี้แจงที่ได้รับ ไม่สามารถคลายข้อสงสัย และไม่อาจเยียวยาความสูญเสียที่เกิดขึ้น จนถึงวันนี้ ครอบครัวยังไม่เคยได้รับคำขอโทษอย่างเป็นทางการ
ผมไม่ได้เขียนข้อความนี้เพื่อโจมตีใคร
แต่เขียนในฐานะ พ่อคนหนึ่งที่อยากรู้ความจริง
และต้องการความเป็นธรรมให้กับชีวิตเล็ก ๆ
ที่ไม่ควรต้องจากไปแบบนี้
ขอให้สังคมช่วยรับรู้ และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาเพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวอื่นอีก … จากหัวใจของพ่อคนหนึ่ง”
ทั้งนี้นายปารเมท ทะวิงรัมย์ อายุ 25 ปี ผู้เสียหาย ได้เรียกร้องความเป็นธรรม และยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม 3 หน่วยงาน ทั้งสำนักงานสาธารณสุข จ.นครพนม, ศูนย์ดำรงธรรม จ.นครพนม และโรงพยาบาลที่เกิดเรื่อง.



