เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 27 ก.พ. ที่รัฐสภา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าจัดสรรโควตารัฐมนตรี ว่า ตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุยอะไรกันเพิ่มเติมหลังจากวันได้พบกันที่พรรคภูมิใจไทย สิ่งจำเป็นตอนนี้คือ การดูภายในพรรคให้พร้อม ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหน ก็ต้องพร้อมที่จะทำหน้าที่ และทำงาน 

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่พรรคภูมิใจไทยตีกลับรายชื่อว่าที่รัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย นายยศชนัน กล่าวว่า ตนยืนยันว่า ไม่มีเรื่องนี้ มีเพียงการพูดคุยกันภายในว่าพร้อมที่จะทำงานในทุกรูปแบบ เพราะตอนนี้อยู่ในช่วงที่มีการคิด และทำหลายอย่าง

เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยอยากได้คนรุ่นใหม่เป็นรัฐมนตรีในส่วนของพรรคเพื่อไทย จะนำเรื่องนี้ไปพิจารณาหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ทุกเรื่องเป็นเรื่องที่เรานำมาหารือกันทั้งหมดอยู่แล้ว เช่น วันแรกที่เราจะเข้าไปทำงาน จะทำอะไรบ้าง ตอนนี้ประเทศมีปัญหาเรื่องอะไรบ้าง และกระแสโลกเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งเราพยายามดูบุคลากรต่างๆ เพื่อจะสามารถทำงานร่วมกับรัฐบาลได้อย่างเหมาะสม ทุกคนมองการทำงานที่กระทรวง แต่กระทรวงเดียวตอนนี้ทำงานไม่ได้ ฉะนั้น ต้องเป็นคนที่สามารถทำงานได้กับทุกคน เพื่อสามารถผลักดันประเทศชาติไปข้างหน้าได้

เมื่อถามอีกว่าส่วนตัวจะนั่งเก้าอี้รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ตนยังคงไม่ให้ข้อมูลอะไร แต่หากมีความแน่ชัดแล้วจะแจ้งให้ทุกคนทราบอีกครั้ง

เมื่อถามว่า ได้มีการเตรียมการบ้านไว้หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า เราเตรียมการบ้านไว้ทุกกระทรวง

เมื่อถามว่า บางกระทรวงที่ถูกมองว่าเป็นเผือกร้อน เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงแรงงาน ซึ่งมีกระแสข่าวว่ากระทรวงดังกล่าวจะถูกจัดให้เพื่อไทยนั้น นายยศชนัน กล่าวว่า ตนยืนยันว่าไม่มีเผือกร้อนที่เกี่ยวกับประเทศ หรือกระทรวงเกรดเอ บี ซี ซึ่งตนคิดว่าวันนี้ไม่มีใครกล้าพูดว่ากระทรวงไหนเกรดเอ บี ซี เพราะทุกกระทรวงเป็นกระทรวงที่มีความสำคัญทั้งหมด หลักการมีอยู่แค่นี้ ซึ่งน่าจะสามารถเดินหน้าไปได้

เมื่อถามว่าขณะนี้จัดหมวดหมู่นโยบายแล้วหรือไม่ว่าหากได้กระทรวงไหนจะนำนโยบายไปขับเคลื่อนอย่างไร นายยศชนัน กล่าวว่า นโยบายเรา หรือนโยบายของทุกท่าน ต้องมีการเชื่อมโยงกัน แน่นอนว่าหากมีความแน่ชัด จะมีการพูดคุยกันอีกครั้ง 

ขณะที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการพูดคุยภายในพรรคเกี่ยวกับกระแสข่าวโควตารัฐมนตรี ว่า ภายในพรรคไม่ได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องการแบ่งโควตาคณะรัฐมนตรี แต่จากการพูดคุยเบื้องต้นกับพรรคภูมิใจไทย จะเป็นการพูดคุยเรื่องการทำงานไปข้างหน้า ยืนยันว่า ยังไม่ได้พูดคุยกันว่าแต่ละพรรคมีความถนัดหรือจะแบ่งจัดสรรกันอย่างไร ขณะนี้เราไม่ใช่พรรคอันดับหนึ่ง เราต้องรอพรรคอันดับหนึ่งดำเนินการเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล การรวบรวมเสียงให้ครบถ้วน แต่ฟังจากข่าวก็ได้ยินว่าเกือบได้ 300 เสียงแล้ว ซึ่งเป็นตัวเลขยืนยันว่าเดินหน้าสู่รัฐบาลได้ 

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้หน้าที่ของพรรคแกนนำจะต้องมีการนัดหมายเพื่อพูดคุยถึงความเหมาะสมของบุคลากร และความถนัดของแต่ละพรรคในการดำเนินการตามนโยบายที่มีเพื่อขับเคลื่อนรัฐบาลร่วมกัน ย้ำว่า อำนาจการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ตามกฎหมายเป็นของนายกรัฐมนตรี ขั้นตอนขณะนี้หลังจากรับรอง สส.แบบแบ่งเขต จะมีการรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ คาดว่าจะมีการเปิดสภาผู้แทนราษฎรในช่วงปลายเดือน มี.ค. เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร จากนั้น ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการเลือกนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นชัดเจนว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกฯ เพื่อส่งรายชื่อไปตรวจสอบประวัติและนำขึ้นทูลเกล้าฯ 

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า แน่นอนว่าการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล การหารือร่วมกันเป็นสิ่งสำคัญ และจากประสบการณ์ที่เคยทำงานร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เชื่อว่าจะมีการพูดคุยในลักษณะนี้เกิดขึ้นเพื่อให้เกิดความราบรื่น และเข้าใจตรงกัน ส่วนที่เป็นข่าวทั้งเรื่องของรายชื่อที่ส่งไปแล้วมีการตีกลับรายชื่อนั้น ยืนยันว่า ไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นแต่อย่างใด และพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้ส่งรายชื่อ และยังไม่ได้พูดคุยกัน

เมื่อถามว่า หากเสนอชื่อโควตารัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยแล้วถูกตีกลับจะดำเนินการอย่างไร นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องหารือกัน เพราะยังไม่เห็นเหตุการณ์ การจะไปสมมุติไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ขอรอให้มีการหารือ พบปะ นั่งคุยกันก่อน ซึ่งไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอะไร 

เมื่อถามว่า กระแสที่ออกมาเป็นแรงกระเพื่อมที่ปล่อยจากภายในพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่มี พรรคเพื่อไทยมีความสามัคคีกัน วันนี้เห็นได้ชัดว่าเรายกขบวน สส.แบบแบ่งเขตมากันครบ ส่วน สส.บัญชีรายชื่อคาดว่าจะมาในวันศุกร์หน้า เป็นการแสดงออกถึงความสามัคคี และเป็นการแสดงความพร้อมให้สังคมเห็นว่าพร้อมเดินหน้าทำงานในส่วนของนิติบัญญัติ

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมา ตนได้คุยกับแกนนำพรรคภูมิใจไทยแล้วเกี่ยวกับกระแสข่าวตีกลับรายชื่อรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งทางนั้นยืนยันว่า ไม่มีข่าว เพราะมีไม่ได้ เนื่องจากพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้ยื่นรายชื่อ ซึ่งพรรคก็ไม่ได้คิดอะไรมากกับข่าวนี้ ถือเป็นเรื่องปกติของการเมืองช่วงนี้ และต้องรอกระบวนการต่างๆ เป็นช่วงสุญญากาศทุกพรรค ต้องรอให้กระบวนการของพรรคหลักในการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้น 

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า การมีข่าวออกมาอาจจะไม่ใช่การปล่อย แต่อาจเป็นเรื่องความเข้าใจของสังคม ความคิดของสังคมบางส่วน หรือสื่อมวลชน ที่อาจจะไปฟังข่าวมา และมาลงข่าว เพื่อให้เกิดความเคลื่อนไหว ไม่ใช่ผลเสียหรือผลร้ายอะไร พรรคยืนยันในคุณสมบัติของคน ของพรรค ซึ่งรายชื่อ 3-4 คนตามข่าว เป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่าของพรรค การทำงานของพรรคที่ผ่านมาพิสูจน์ได้แล้วว่าทั้งการบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และประวัติทำงานก็ไม่มีอะไรด่างพร้อย ต้องให้ความเป็นธรรมกับบุคลากรด้วย เพราะข่าวที่ออกมาไม่มีมูลเหตุ ไม่มีจุดเริ่มต้น 

เมื่อถามย้ำว่า มีบุคคลที่ถูกวางตัวเป็นรัฐมนตรีแล้วใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พวกเรามีบุคลากรที่มีคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีจำนวนมาก และ สส. ที่ผ่านการเลือกตั้งมาก็เป็น สส. หลายสมัย มีศักยภาพ จุดนี้เป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรคที่จะต้องหารือกันอีกครั้ง แต่วันนี้ยังไม่ได้เริ่มที่จะพิจารณา