เมื่อวันที่ 28 ก.พ. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า โจทย์ใหญ่ของประเทศหลังจากได้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล คือ การเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง มะพร้าว รวมทั้งการวางแผนล่วงหน้าที่คาดว่าในปีนี้ ประเทศไทยจะพบปัญหาภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง ซึ่งจะส่งผลต่อภาคการเกษตร ที่ต้องวางแผนรับมือแก้ไขให้พี่น้องประชาชน 

นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยลงจาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี เพื่อหวังให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ ฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ สะท้อนให้เห็นว่า สภาพเศรษฐกิจของประเทศ ปัจจัยภายใน อยู่ในภาวะไม่สู้ดีนักที่เป็นมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ปีนี้ และมีแนวโน้มจะซึมยาวไปถึงปีหน้า เป็นความท้าทายใหญ่ของรัฐบาลชุดใหม่ ที่ต้องเข้ามาสะสาง แก้ไข 

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ยังไม่แล้วเสร็จ ตนติดตามข่าวจากสื่อมวลชน คาดการณ์รายชื่อรัฐมนตรีที่มาจากพรรคภูมิใจไทย พรรคร่วมรัฐบาล พรรคเพื่อไทย และที่มาจากคนนอก หลายคนคุ้นเคยในแวดวงการเมือง มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ จับต้องได้ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยนั้น ไม่ทราบว่าคณะกรรมการบริหารของพรรคพิจารณาส่งรายชื่อบุคคลใดไปเป็นรัฐมนตรีว่าการ หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการอยู่ในกระทรวงใดบ้างนั้น แต่มั่นใจว่า พรรคเพื่อไทยที่ผ่านสมรภูมิการเมืองมายาวนาน เคยเป็นทั้งพรรคแกนนำตั้งรัฐบาล และฝ่ายค้าน นักการเมืองพรรคเพื่อไทย นักการเมืองหน้าใหม่ คนรุ่นใหม่ ผู้มีประสบการณ์การเมือง เป็น สส. หลายสมัย ล้วนมีความรู้ ความสามารถ มืออาชีพ มีวิสัยทัศน์ พร้อมลุยงานหนัก มีแนวทางแก้ไขปัญหาที่จะได้รับมอบหมายในอนาคตได้อย่างแน่นอน และพร้อมทำงานอย่างบูรณาการกับทุกภาคส่วน เพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน