ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมกลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมร่วมกับ UN-Habitat และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่
การประชุมอยู่ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนของอาเซียน (ASUS) ระยะที่ 2 โดยมุ่งผลักดันแนวทาง “ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาโมเดล” เป็นกลไกหลักในการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งลุ่มน้ำ
การหารือครั้งนี้สืบเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ จังหวัดจึงเร่งบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานด้านชลประทาน อุตุนิยมวิทยา ทรัพยากรน้ำ มหาวิทยาลัย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อกำหนดทิศทางบริหารจัดการน้ำในระดับลุ่มน้ำ ไม่จำกัดเฉพาะเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ แต่รวมถึงพื้นที่โดยรอบที่มีผลต่อปริมาณและทิศทางการไหลของน้ำ
รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเปิดเผยว่า จังหวัดได้แต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม พร้อมขยายการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้การบริหารจัดการประตูระบายน้ำ การขุดลอกคลอง การเสริมพนังกั้นน้ำ และการซ่อมแซมระบบระบายน้ำ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
นอกจากนี้ ยังมีการนำเทคโนโลยีพยากรณ์อากาศผ่านแอปพลิเคชัน Tomorrow.io มาใช้ประกอบการวิเคราะห์สถานการณ์ฝนและปริมาณน้ำล่วงหน้า เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจและการแจ้งเตือนประชาชน
ในระดับพื้นที่ เทศบาลนครหาดใหญ่เตรียมพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยในระดับชุมชน (Local Alert) ควบคู่กับการซ้อมแผนอพยพ โดยกำหนดจุดอพยพประจำ 103 ชุมชน พร้อมจัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นรองรับได้อย่างน้อย 3–5 วัน ขณะที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเครื่องจักรกลหนัก เครื่องสูบน้ำ และเรือ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
จังหวัดสงขลายังมีแผนพัฒนาฐานข้อมูลกลางด้านน้ำ เพื่อรองรับการยกระดับสู่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (EOC) ในอนาคต ให้การสั่งการและประสานงานระหว่างหน่วยงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีเอกภาพ
ทั้งนี้ จังหวัดย้ำว่าการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ ลดความเสียหาย และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในระยะยาว.



