เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ที่ชุมชนมัสยิดท่าอิฐ ต.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายปรีดา เชื้อผู้ดี ที่ปรึกษา จุฬาราชมนตรี/ผู้สมัครนายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองท่าอิฐ พร้อมด้วยชาวไทยอิสลามในชุมชนท่าอิฐ ร่วมให้การต้อนรับท่านทูต อับดุลอาซีซ มูฮัมมัด คอลีฟะห์ อัล ซาดะห์ เอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ประจำประเทศไทย ในโอกาสที่เดินทางมาร่วมละศีลอดกับพี่น้องชาวไทยอิสลามในชุมชนแห่งนี้
โดยเอกอัครราชทูตพร้อมด้วยคณะผู้ติดตามรวม 7 คน ให้เกียรติเดินทางมาเยี่ยมเยียนมัสยิดท่าอิฐ และร่วมรับประทานอาหารละศีลอด (อิฟตาร์) ร่วมกับพี่น้องชาวท่าอิฐจนแน่นศาลา สร้างความดีใจซาบซึ่งใจต่อคณะกรรมการและพี่น้องชาวไทยอิสลามที่เข้าร่วมให้การต้อนรับในครั้งนี้ โดยบรรยากาศพิธีภายในงานค่ำคืนนี้ ของชาวมุสลิมเต็มไปด้วยความเป็นกันเองของท่านเอกอัครราชทูต ที่ไม่ถือตัวพูดคุยกับชาวชุมชนท่าอิฐอย่างเป็นกันเอง
นายปรีดา กล่าวว่า วันนี้ตนและชาวท่าอิฐมีความภูมิใจ เป็นอย่างมากที่เอกอัครราชทูตกาต้าร์ และคณะมาละศีลอด ที่นี่ ประเทศกาตาร์เป็นประเทศมหาอำนาจในเรื่องน้ำมันเคยจัดบอลโลกแม้จะเป็นประเทศเล็กแต่คุมเศรษฐกิจเรื่องน้ำมันระดับโลกพอๆกับซาอุดิอาระเบีย ท่านทูตให้เกียรติมาละศีลอดที่ชุมชนท่าอิฐจึงมีความรู้สึกดีใจและยินดีโดยเฉพาะพี่น้องชาวมุสลิมท่าอิฐ รู้สึกขอบคุณที่ท่านให้การอุปถัมภ์และมาร่วมละศีลอดกับชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลามณ.มัสยิดท่าอิฐแห่งนี้ การ์ต้าถือเป็นประเทศผู้นำระดับโลกทางประเทศอาหรับตะวันออกกลาง การที่ท่านทูตเลือกจุดนี้ที่มีพี่น้องชาวไทยมุสลิม จำนวนมาก ท่านคงมองว่าเป็นชุมชนที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนนท์ มีสัปบุรุษมุสลิม กว่า 6,000 คน อยู่ร่วมกันแบบพหุสังคม มี 4 วัด 1 คริสตจักร 1 มัสยิด ท่านทูตกล่าวกับตนว่าดีใจมากที่เห็นอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขท่านจะนำไปเผยแพร่ที่ตะวันออกกลางว่าเรามีวิธีอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขได้อย่างไรทำอย่างไร การมาของท่านทูตครั้งนี้เป็นการมาแบบคณะใหญ่ ถือเป็นการให้เกียรติพี่น้องชาวชุมชนท่าอิฐเป็นอย่างมาก
สุดท้าย นายปรีดา ยังกล่าวด้วยว่า การแข่งขันชิงนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองท่าอิฐที่ยกฐานะมาจาก อบต.ท่าอิฐ ซึ่งตนส่งผู้สมัคร สท.ที่มี 3 เขตๆละ 6 คน รวม 18 คน ลงสมัครครบทุกเขต ตนต้องทำงานให้หนักขึ้นเหนื่อยขึ้นให้สมกับที่ทุกคนให้ความไว้วางใจ พร้อมจะทำงานอย่างเต็มที่ให้ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมาสมกับที่ชาวบ้านเชื่อมั่น.






