สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 1 มี.ค.ว่าอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เกิดเมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2482 ที่เมืองมัชฮัด ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร่าน


คาเมเนอีเติบโตมาในครอบครัวเคร่งศาสนา และเข้าศึกษาด้านเทววิทยาอิสลามในสถาบันสำคัญ ทั้งที่อิหร่านและเมืองนาจาฟของอิรัก เมื่อคาเมเนอีได้เข้าเป็นลูกศิษย์ของ อยาตอลเลาะห์ รูฮัลเลาะห์ โคไมนี ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่เส้นทางการเมือง


ในช่วงทศวรรษ 1960-1970 คาเมเนอีเป็นแกนนำคนสำคัญที่ต่อต้านระบอบกษัตริย์ของพระเจ้าชาห์ ซึ่งตอนนั้นสหรัฐให้การสนับสนุนสถาบันกษัตริย์ของอิหร่าน คาเมเนอีจึงถูกจับกุมและถูกเนรเทศหลายครั้ง โดยหน่วยตำรวจลับของพระเจ้าชาห์ จนกระทั่งการปฏิวัติประสบความสำเร็จ เมื่อปี 2522

ภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นกลุ่มควันสีดำพุ่งขึ้นจากพื้นที่ ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก ณ บริเวณที่พักและที่ทำการของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ในกรุงเตหะราน


หลังผ่านพ้นการปฏิวัติอิหร่าน คาเมเนอีได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 3 ของอิหร่าน ดำรงตำแหน่งในช่วงที่อิหร่านเผชิญกับสงครามอิหร่าน-อิรัก ซึ่งยาวนานถึง 8 ปี คาเมเนอีจึงมีบทบาทอย่างมากในการสร้างความเข้มแข็งให้กองทัพและกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (ไออาร์จีซี)


หลังการเสียชีวิตของโคไมนี เมื่อปี 2532 คาเมเนอีได้รับเลือกจากสภาผู้เชี่ยวชาญแห่งอิหร่าน ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดต่อจากโคไมนี ในฐานะผู้นำสูงสุด คาเมเนอีคือผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายในทุกเรื่องของประเทศ รวมถึงนโยบายต่างประเทศ โครงการนิวเคลียร์ และการแต่งตั้งผู้บัญชาการทหาร


ทั้งนี้ คาเมเนอีมีจุดยืนแข็งกร้าวต่อสหรัฐและอิสราเอลมาตลอด โดยมักเรียกสหรัฐว่า “มหาซาตาน” และเรียกอิสราเอลว่า “ขบวนการไซออนิสต์” พร้อมทั้งต่อต้านอิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันตกอย่างหนัก


นอกจากนี้ ภายใต้การนำของคาเมเนอี อิหร่านเดินหน้าพัฒนาระบบขีปนาวุธและโครงการนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง แต่ยืนยันว่า “เป็นโครงการเพื่อสันติ” แม้เผชิญกับการคว่ำบาตรจากนานาชาติ อีกทั้งอิหร่านยังสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาคที่เรียกว่า “แนวร่วมแห่งการต่อต้าน” เช่น กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน กลุ่มฮูตีในเยเมน และกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา.

เครดิตภาพ : REUTERS