เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 69 นายเชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์ภาควิชาการบริหารและจัดการเมือง วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช  ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสวิจารณ์ว่ารัฐบาลที่นำโดยภูมิใจไทย ที่ทำการควบรวมพรรคการเมือง อาจกำลังเดินตามแนวทางของระบอบทักษิณ ซึ่งนำมาซึ่งวิกฤติการเมือง จนซ้ำรอยวิกฤติการเมือง ปี 44-48 ว่า ความเห็นดังกล่าวไม่เป็นธรรมต่อกระบวนการตามประชาธิปไตย เนื่องจากบริบททางเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และสถานการณ์โลกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ไม่สามารถนำประสบการณ์ในอดีตมาใช้ตัดสินผลลัพธ์ล่วงหน้าได้  ปัจจุบันระบบตรวจสอบทางการเมืองของไทยมีความเข้มแข็งกว่าที่ผ่านมา ทั้งองค์กรอิสระ ภาคประชาชน และสื่อมวลชนที่ตื่นตัวมากขึ้น ขณะที่ประชาชนเองก็มีการรับรู้และติดตามการเมืองมากกว่าในอดีต นี่คือสิ่งที่ไม่เหมือนเดิม มันพัฒนาขึ้น มันยกระดับขึ้น คนเองก็เหมือนกัน ระบบการเมืองเราก็ก้าวหน้าไปมาก สิ่งเหล่านี้จะไม่อาจทำให้การเมืองไทยย้อนยุคกลับไปเช่น 20-30 ปีที่แล้วได้

“การเมืองหลังเลือกตั้งควรเดินหน้าต่อ ให้รัฐบาลได้แสดงผลงานก่อน แล้วสังคมจึงค่อยประเมินว่าดีหรือไม่ดี การนำอดีตมาตัดสินอนาคตทันทีทั้งที่รัฐบาลใหม่ยังไม่เกิดขึ้น จะไม่สะท้อนความเป็นจริงของสถานการณ์ปัจจุบัน และเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรม  ดังนั้นการให้โอกาสรัฐบาลและการตรวจสอบอย่างสร้างสรรค์ถูกมองว่าเป็นกลไกสำคัญ เพื่อให้ประเทศสามารถรับมือกับความท้าทายด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงที่กำลังเผชิญอยู่ในระยะต่อไป” นายเชษฐา กล่าว.