สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 1 มี.ค.ว่าสภาวินิจฉัยผลประโยชน์แห่งรัฐของอิหร่านออกแถลงการณ์ เรื่องการเลือกอยาตอลเลาะห์ อาลีเรซา อาราฟี เข้าสู่สภาผู้นำชั่วคราว เพื่อทำหน้าที่บริหารในช่วงเปลี่ยนผ่าน ภายหลังอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด เสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา
❗️ Ayatollah Arafi will temporarily perform Supreme Leader duties following Khamenei's death — Tasnim pic.twitter.com/NjVLNssFBE
— RT (@RT_com) March 1, 2026
อาราฟี ปัจจุบันมีอายุ 67 ปี ถือเป็นนักวิชาการศาสนาและนักการเมืองระดับสูงสายอนุรักษนิยม ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากในโครงสร้างอำนาจของอิหร่าน อีกทั้งถือเป็นหนึ่งใน “คนสนิท” และผู้สืบทอดอุดมการณ์คาเมเนอี
ทั้งนี้ อาราฟีเป็นทั้งสมาชิกสภาผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นองค์กรที่มีหน้าที่สำคัญที่สุดในการ “เลือกและถอดถอนผู้นำสูงสุด” ตำแหน่งผู้อำนวยการเซมินารีแห่งอิหร่าน คุมระบบการศึกษาทางศาสนาทั้งหมดในประเทศ ซึ่งเป็นรากฐานของระบอบการปกครองแบบเทวนิยมของสาธารณรัฐอิสลาม
Alireza Arafi has been appointed as the jurist member of Iran’s Leadership Council, a body tasked with fulfilling the supreme leader’s role until the Assembly of Experts elects a new leader, ISNA news agency reports. #Iran pic.twitter.com/XB6x6R1phN
— Al Arabiya English (@AlArabiya_Eng) March 1, 2026
ขณะเดียวกัน อาราฟีเป็นสมาชิกสภาผู้พิทักษ์ ทำหน้าที่ตรวจสอบกฎหมายและคัดกรองผู้สมัครรับเลือกตั้ง และเคยดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติ อัล-มุสตาฟา ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่เผยแพร่แนวคิดชีอะห์ไปทั่วโลก
การที่อิหร่านเสียทั้งผู้นำสูงสุดและผู้นำเหล่าทัพไปพร้อมกันหลายคน การดึงอาราฟีเข้ามาในสภาผู้นำชั่วคราว ร่วมกับประธานาธิบดีและประธานศาลฎีกา ได้รับการวิเคราะห์ว่า มีนัยสำคัญคือ สร้างความเชื่อมั่นให้ฝ่ายศาสนา และเตรียมการเปลี่ยนผ่านให้ราบรื่นที่สุด และจะช่วยให้กระบวนการคัดเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ ได้บุคคลซึ่งสามารถสานต่อแนวทางเดิมของคาเมเนอี
นอกจากนั้น การเข้ามาทำหน้าที่ของอาราฟีในเวลานี้ เป็นไปเพื่อไม่ให้ประธานาธิบดีหรือฝ่ายบริหารมีอำนาจเบ็ดเสร็จในช่วงสุญญากาศด้วย.
เครดิตภาพ : REUTERS



