เมื่อวันที่ 1 มี.ค. พญ.มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ยารักษาโรคในประเทศไทย หลังเกิดสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลาง ว่า จากการตรวจสอบคลังยาของเราตอนนี้ ถือว่ายังไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรง การปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพราะส่วนใหญ่ ทางองค์การเภสัชกรรมสามารถผลิตยาได้เองและที่นำเข้ามาส่วนใหญ่จะเป็นวัตถุดิบ
“ซึ่งเบื้องต้นจากที่เช็กสต๊อกแล้วเราสามารถผลิตยาสำหรับรองรับได้ระยะ 1 ปี ขององค์การเภสัชฯ ส่วนใหญ่แล้วเราเน้นการผลิตยาเอง มีบางส่วนที่นำเข้าเรามีการเช็กรายการที่คิดว่าจะมีปัญหาแล้ว ซึ่งจริงๆ เราเช็กมาตั้งแต่กรณีที่มีปัญหาคลองซุเอซ ก็รอดมาได้ไม่มีปัญหาอะไร” พญ.มิ่งขวัญ กล่าว
เมื่อถามว่ารายการส่วนใหญ่ที่เรามีการนำเข้าเป็นยาหรือวัตถุดิบประเภทใด ผอ.องค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า ส่วนใหญ่แล้วที่เรานำเข้าจะเป็นวัตถุดิบ สำหรับมาผลิตยามากกว่าและที่นำเข้าส่วนใหญ่ก็จะมาจากอินเดียและจีน มีทั้งทางเรือและทางอากาศ ในส่วนที่อาจจะได้รับผลกระทบนั้นมีเปอร์เซ็นต์น้อยมาก แต่ ณ ตอนนี้ก็ต้องย้ำว่าเรายังไม่ได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าว เพราะเรายังมีสต๊อก
เมื่อถามว่ามีการประเมินและพิจารณาแผนสำรองหากสถานการณ์มีความยืดเยื้อหรือไม่ พญ.มิ่งขวัญ กล่าวว่า ตอนนี้ที่เราทำคือการเช็กคลังสำรองวัตถุดิบ เราถึงสามารถพูดได้ถึงระยะเวลา 1 ปีได้โดยเฉลี่ย.



