นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ของคนบันเทิงในวันนี้ เมื่อพระเอกหนุ่มมากฝีมือจากวิกหมอชิต “บอส-ชนกันต์ พูนศิริวงศ์” ได้จูงมือแฟนสาวนอกวงการ “บี-สราลี” เข้าสู่ประตูวิวาห์อย่างเป็นทางการในวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท โดยเจ้าบ่าวมาในชุดสูทสีดำเนกไทสีแดงเลือดหมู ขณะที่เจ้าสาวสวมชุดสไตล์จีนสีแดงสีสันสดใส ออร่าบ่าวสาวกระจายทั่วงาน

บรรยากาศในช่วงเวลาประมาณ 13.00 น. เริ่มต้นด้วยพิธีแห่ขันหมากสุดน่ารัก โดยหนุ่มบอสต้องผ่านด่านประตูเงินประตูทองจากเพื่อนๆ ของเจ้าสาว ก่อนจะเข้าสู่พิธีมงคลสมรสแบบสไตล์จีนตามลำดับ ท่ามกลางสักขีพยานเพื่อนพี่น้องในวงการบันเทิง อาทิ แกรนด์ เดอะสตาร์, ทับทิม อัญรินทร์, จันจิ จันจิรา และอีกมากมายที่เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น


หลังจากเสร็จสิ้นพิธี ทั้งคู่ได้ออกมาเปิดใจด้วยความซาบซึ้ง โดย บี สราลี เผยว่า “สำหรับความรู้สึกในวันนี้ตื่นเต้นมากๆ เหมือนใจจะหลุดออกมา ช่วงพิธีก็รู้สึกตื่นเต้นและประทับใจมากๆ ทุกคนแฮปปี้ ไม่มีอุปสรรคอะไรเลย จังหวะตอนแห่ขันหมากก็รอลุ้น เป็นห่วงกลัวจะเป็นลม ข้าวก็ยังไม่ได้กินเลย เมื่อคืนก็นอนแค่ชั่วโมงเดียวเอง เขาเตรียมงานหนักมาก และยังมีอีกหลายๆ อย่างที่ยังเปลี่ยนอยู่เลย
ถึงแม้ว่าช่วงพิธีการอาจจะดูซีเรียสนิดนึง แต่ว่างานเย็นงานฉลองก็จะเป็นในส่วนของการเฉลิมฉลองอย่างเดียว สนุกสนานแน่นอน ถามว่าช่วงเฉลิมฉลองคาดหวังกับใครไหม (บอส : (ชี้ไปที่จันจิ) เขาก็ทำตาจะหลับแล้ว) แล้วก็แอบมีโชว์พิเศษ ถ้าใครอยู่ต่อในอาฟเตอร์ปาร์ตี้ ก็จะมีโชว์ของพี่บอส บอกเลยว่าเด็ดมาก

ส่วนลูกจริงๆ ก็พร้อมมีเลยค่ะ แต่ว่าไลฟ์สไตล์เรายังไม่ได้ ก็เลยเดี๋ยวรอจังหวะที่เหมาะสมอีกครั้ง แต่ว่าก็น่าจะไม่นาน แล้วจริงๆ ก็อยากได้ลูกแฝดเลย แต่ก็อยากลองธรรมชาติดูก่อน”
บีเผยต่อว่า “สำหรับคำมั่นสัญญาของบี บีรักแล้วก็เป็นห่วงเขามาก ก็อยากให้ดูแลในเรื่องของสุขภาพ เพราะเขาทำงานหนัก และเขาจะชอบเปิดรับทุกโอกาส งานในวงการก็เยอะ ซีรีส์ละครก็ยังทำอยู่ ธุรกิจก็เอาหมด เหมือนใครโยนโอกาสอะไรมาเขาก็พร้อมรับหมด แต่จริงๆ สุขภาพเขาอาจจะไม่ไหวก็ได้ ก็อยากให้เป็นห่วงสุขภาพเยอะๆ บีก็จะดูแลบอสไปตลอด

และในช่วงชีวิตที่ผ่านมา เราผ่านอะไรกันมาเยอะมาก จริงๆ คบกันมาประมาณ 6-7 ปี ก็เหมือนอยู่ด้วยกันเกือบทุกวัน ก็ผ่านอะไรกันมาเยอะ เราก็ขอบคุณบอสเหมือนกัน เพราะบีรู้สึกว่าคนที่ทำให้บีสบายใจมากที่สุด และเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด และซัพพอร์ตในเรื่องความรู้สึกต่างๆ ในชีวิต (น้ำตาคลอ) ก็คือเป็นบอสคนเดียวเลย ก็อยากขอบคุณที่ทำให้บีมีพลังที่จะออกไปทำสิ่งต่างๆ ข้างนอกค่ะ”
บอส เผยว่า “ความรู้สึกวันนี้ จริงๆ ก็เตรียมการมาสักพักหนึ่ง แต่พอถึงวันจริงก็ตื่นเต้นตั้งแต่ขับรถมาจอดแล้ว พอเห็นชื่องานเป็น ชนกันต์ กับ สราลี ก็ตื่นเต้นมากๆ จนมาถึงตอนนี้ก็รู้สึกว่าทุกอย่างมันผ่านไปเร็วมาก ซาบซึ้งมาก เห็นพี่น้อง พ่อแม่ ญาติ ก็รู้สึกดีใจมาก ส่วนในช่วงพิธีก็เป็นพิธีจีน เราเป็นคนจีนทั้งคู่ จีน 100% แต่พูดจีนไม่ได้ แล้วก็มีสิงโตเชิดด้วย สนุกมากๆ
ส่วนตอนแห่ขันหมาก กว่าจะผ่านแต่ละด่าน แต่ก็เอ็นจอยมาก พอเข้ามาถึงในพิธีน่าจะมืดเลย แล้วเราก็ตั้งใจจะจัดทุกอย่างให้จบภายในวันเดียว เริ่มต้นตอนแรกเราคุยกันว่าจะทำแบบสบายๆ สักเที่ยงๆ บ่ายๆ ไม่ต้องเช้ามาก แต่พอถึงเวลาจริงก็รู้สึกว่าเตรียมตัวตั้งแต่เช้าอยู่ดี แต่วันนี้ก็มีความสุขมากที่เห็นทุกคนยิ้มให้เรา

ตอนแรกว่าจะเซอร์ไพร้ส์แหวนเขา ก็ไม่บอกเขานะว่ามีแหวน แต่เขาก็รู้สึกกังวลว่าจะแต่งงานแล้วไม่มีแหวนได้ยังไง สุดท้ายก็ต้องบอกว่ามี ส่วนโมเมนต์ตอนที่สวมแหวนขอแต่งงาน ก็ต้องขอบคุณพี่จันจิที่พาไปเซอร์ไพร้ส์ขอแต่งงานบนเรือที่ภูเก็ต จนทำให้มีวันนี้ และโมเมนต์ตอนสวมแหวนบนเวที บีเขาเป็นคนฉลาดมากและเก่งมาก เพราะว่าผมวางแผนเอาไว้ว่าจะเซอร์ไพร้ส์เขาโดยไม่ให้เขารู้ และในใจผมคิดว่าเขารู้มาเสมอและแกล้งทำเป็นไม่รู้จนวินาทีสุดท้าย แต่ความจริงคือเขาไม่รู้จริงๆ ก็ประทับใจตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้
บอสเล่าต่อว่า “ถามว่าเป็นยังไงที่เราจะได้เริ่มต้นในการใช้ชีวิตกับเขาจริงๆ แล้ว ถ้าถามผม ความรู้สึกที่ผมรู้สึกว่าได้เริ่มใช้ชีวิตคู่ ถ้าไม่รวมวันนี้ ผมรู้สึกว่าผมเริ่มใช้ชีวิตกับเขามานานแล้ว แต่พอได้แต่งงานกันจริงๆ มันทำให้ผมรู้สึกถึงคำว่าผมต้องมีความรับผิดชอบ มีวินัย และต้องดูแลเขาให้ได้จริงๆ (บี : เพราะเขาอยากมีลูก เขาก็เลยขยันทำงานหาเงิน) พอแต่งงานก็เหมือนเริ่มต้นใหม่ เก็บเงินอีกรอบหนึ่ง ส่วนเรื่องทายาทผมอยากมี แต่จะเมื่อไหร่ยังตอบไม่ได้ เพราะตอนนี้เราทั้งคู่ตั้งใจทำงานมากๆ เลย
ตอนแรกผมชอบลูกสาว ผมอยากได้ลูกสาวมากเพราะชอบความอ่อนโยน แต่ตอนนี้ใช้ชีวิตมาสักพักก็เป็นใครก็ได้ ถามว่าอยากมีกี่คน ก็สัก 2 คนกำลังดี เพราะตัวน้องบีเองเขามีพี่ชายที่ชื่อพี่เอ็ม แล้วผมรู้สึกว่าเขาเป็นพี่น้องที่เพอร์เฟกต์มากๆ ดูแลกันดี จะมีหญิงหนึ่งชายหนึ่ง หรือหญิงสองชายสองก็ได้ ไม่ติดเลย แต่คิดว่ามีสองคนก็กำลังดี ส่วนถ้าเรื่องลูกแฝด ผมไม่อยากให้คุณแม่อันตราย เพราะมันจะเสี่ยงขึ้น อยากให้เขาใช้ชีวิตต่อได้เลยหลังจากคลอด อันนี้ก็สงสารแม่ด้วย ก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นทีละคน ก็ขอให้เป็นเรื่องของอนาคต แต่ไม่นานแน่นอน

สำหรับคำมั่นสัญญาในพิธีเช้า ผมให้คำสัญญาว่าจะรักคุณตลอดไป ก็เหมือนกับเจ้าบ่าวทุกคน ผู้ชายอย่างเราก็รักภรรยาทุกคน แต่อย่างว่าแหละเป็นโรคปากแข็งขอโทษยาก มีอะไรก็ยอมเขาเถอะครับ (หัวเราะ) ไม่มีใครจริงเท่ากับเมียเราอีกแล้ว
ส่วนในเรื่องของฮันนีมูนยังไม่ได้คิด แต่ว่าคิดเอาไว้ว่าอยากจะพาบีไปทะเลทุกเดือนเลย เพราะบีเป็นคนขี้หนาว แต่เขาชอบทะเลมากๆ เขาปั้นหุ่นมาสวยมาก เซ็กซี่มาก เขามีความสุขทุกครั้งที่ได้ไปทะเล แม้จะเหยียบทรายเขาก็มีความสุขแล้ว แค่ขับรถไปก็มีความสุขแล้ว เจ้าบ่าวคลั่งรักสุดๆ จริงๆ ก็เป็นปกติแหละ คือผมเป็นผู้ก่อตั้งชมรม ชื่อชมรมว่า “ไม่ใช่รักเมีย รักบีคนเดียว” (หัวเราะ)
สำหรับช่วงเวลาที่ผ่านมาก็อยากจะขอบคุณบี ตอนที่เจอคุณผมยังไม่พร้อมอะไรสักอย่างเลย และคิดว่าตัวเองก็ไม่พร้อมมากๆ เลยรู้สึกว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ที่ผมจะแต่งงานกับคุณ แต่ความรู้สึกคือผมอยากจะแต่งงานกับคุณให้ได้ตั้งแต่วันนั้น แล้วมันก็เกิดขึ้นได้จริงๆ ดีใจมากๆ คุณเลือกคนไม่ผิด (น้ำตาคลอ)”




