เมื่อวันที่ 2 มี.ค. เวลา 12.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ แถลงภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธาน ว่า ที่ประชุม สมช.หารือถึงสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง สืบเนื่องจากการปฏิบัติการทางทหารของประเทศอิสราเอลและสหรัฐอเมริกาต่ออิหร่าน ทำให้อิหร่านออกมาตอบโต้ โดยท่าทีของไทยมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว เพราะส่งผลกระทบกับสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาคและของโลก เราอยากให้มีการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและการเจรจาทางการทูตบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ อีกทั้งเรามีความห่วงใยต่อความปลอดภัยของคนไทยที่อยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมีความห่วงใยมากเป็นพิเศษ คือคนไทยในอิหร่าน โดยปัจจุบันมีคนไทยอยู่ในอิหร่านประมาณ 200 กว่าคน ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ได้ติดต่อกับชุมชนชาวไทยอย่างใกล้ชิด ให้คนไทยใช้ความระมัดระวังและอยู่ในที่ปลอดภัย ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า เรามีความเตรียมพร้อมไว้สำหรับกรณีที่มีคนไทยอยากให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องการเดินทางกลับประเทศไทย โดยขณะนี้น่านฟ้าแถวนั้นปิด ดังนั้น การอพยพคนไทยในอิหร่านคงต้องใช้การเดินทางโดยรถยนต์มาออกชายแดนไปยังประเทศตุรกี หลังจากนั้นจึงจะเดินทางโดยเครื่องบินได้ ซึ่งขณะนี้คนไทยในอิหร่านที่ประสงค์ขอกลับประเทศไทยยังมีประมาณ 40 คน ถ้าคนเหล่านี้ต้องการจะกลับจริงๆ รัฐบาลจะอำนวยความสะดวกในการที่เขาจะเดินทางโดยรถยนต์ทางบกมายังชายแดนตุรกี ซึ่งเราจะมีศูนย์ปฏิบัติการที่ชายแดนดังกล่าวเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับ ถ้ามีจำนวนคนไม่เยอะ เราสามารถบริหารจัดการด้วยการใช้เครื่องบินพาณิชย์ได้ แต่ถ้ามีคนไทยในอิหร่านที่อยากจะกลับร้อยกว่าคน นอกจากการเดินทางทางบก เราอาจต้องส่งเครื่องบินไปรับ ซึ่งได้ประสานกับกองทัพอากาศแล้ว

รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า ส่วนคนไทยในอิสราเอลมีอยู่ประมาณ 65,000 คน ขณะนี้อิสราเอลควบคุมสถานการณ์ได้ สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธที่ยิงมายังอิสราเอลได้ และยังไม่มีคนไทยที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงยังไม่มีคนไทยที่แสดงความประสงค์ขอกลับประเทศไทย ขณะที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล มีการประสานงานกับชุมชนคนไทยในอิสราเอลอย่างใกล้ชิดเช่นกัน แต่รัฐบาลอิสราเอลให้ความสำคัญกับแรงงานไทยและดูแลความปลอดภัยของแรงงานไทยอย่างดี 

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า  สำหรับพื้นที่เรากังวลในจุดอื่นอีก คือ กรณีของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ทั้งในกรุงอาบูดาบี และนครดูไบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนครดูไบมีคนไทยอยู่จำนวนมาก ตอนนี้มีคนไทยที่แสดงความจำนงอยากจะกลับประเทศ ประมาณ 1,000 กว่าคน ซึ่งเราคิดว่าสามารถประสานงานได้ เพราะสนามบินที่กรุงมัสกัต ประเทศโอมานยังเปิดอยู่ และยังมีเที่ยวบินพาณิชย์ โดยมี 2 สายการบินที่มีเที่ยวบินมาเมืองไทย ดังนั้นถ้ามีคนไทยอยากออกจากกรุงอาบูดาบีและนครดูไบของยูเออี เราจะอำนวยความสะดวกในการเดินทางและกระบวนการตรวจเข้าเมืองให้กับคนเหล่านี้ ซึ่งการเดินทางออกจากยูเออีมายังสนามบินในกรุงมัสกัตของโอมานใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า สำหรับพื้นที่อื่นที่มีการโจมตีโดยอิหร่าน ได้แก่ ประเทศบาห์เรน กาตาร์ และคูเวต นั้น ที่บาห์เรนมีคนไทยประมาณ 6,500 คน ทั้งนี้ เรามอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว และติดต่อกับคนไทยว่าเขาอยากจะกลับประเทศไทยหรือไม่ หากคนไทยในบาห์เรน กาตาร์ คูเวต ต้องการจะกลับ เราจะประสานให้เขาเดินทางออกมาโดยผ่านทางเมืองที่ใกล้ที่สุดในประเทศซาอุดีอาระเบียซึ่งมีสนามบินที่เปิดอยู่และสายการบินพาณิชย์ยังเปิดบริการ เพราะฉะนั้น ขณะนี้เรามีเตรียมความพร้อมในทุกฉากทัศน์อยู่แล้ว ส่วนญาติของคนไทยที่อยู่ตะวันออกกลาง ถ้ามีความห่วงใย กระทรวงการต่างประเทศมีศูนย์ที่จะตอบข้อมูลข่าวสารต่างๆ และประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูต เพื่อให้ญาติพี่น้องของคนไทยเหล่านั้นมีความมั่นใจและสบายใจ

เมื่อถามว่ากรณีของคนไทย 20 กว่าคนที่ต้องการออกจากอิหร่านเพื่อกลับประเทศไทยนั้น น่าจะดำเนินการเร็วที่สุดได้เมื่อไหร่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า พวกเขาต้องเดินทางรถยนต์ ซึ่งการเดินทางโดยรถยนต์จากกรุงเตหะรานไปยังชายแดนที่ติดกับตุรกีมีระยะทาง 1,000 กิโลเมตร เมื่อเกิดเหตุการณ์สู้รบทำให้การเดินทางค่อนข้างจะลำบาก และมีด่านต่างๆ อย่างไรก็ตาม เราจะดำเนินการช่วยคนเหล่านี้ในทันที แต่เราขอประสานงานกับทางการอิหร่านเพื่อให้เขาอำนวยความสะดวกในการเดินทางของคนไทย เพราะถือเป็นเรื่องมนุษยธรรม จึงต้องขอให้เขาให้หลักประกันในเรื่องความปลอดภัย และเราอยากให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความราบรื่น

ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ประชุมประเมินหรือไม่ว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะยืดเยื้อแค่ไหน นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า มันคงจะยืดเยื้อ เพราะดูสถานการณ์แล้วเป้าหมายของฝ่ายสหรัฐ และอิสราเอลคงไม่ใช่แค่การขจัดภัยนิวเคลียร์อย่างเดียว ซึ่งตรงนี้อาจทำให้สถานการณ์ยืดเยื้อ ขณะที่อิหร่านมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติการตอบโต้ไปยังหลายประเทศที่มีฐานทัพของสหรัฐ และเราไม่แน่ใจว่าสถานการณ์ภายในประเทศของอิหร่านจะเป็นอย่างไรต่อไป บางครั้งไม่ได้ยุติได้ง่ายๆ ฝ่ายไทยจึงต้องเตรียมพร้อม ไม่ใช่แค่เรื่องการดูแลและอพยพคนไทย แต่ต้องเตรียมพร้อมในแง่ภายในประเทศด้วย ขณะเดียวกันขอย้ำให้คนไทยหลีกเลี่ยงเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าว แม้จะมีความจำเป็น

เมื่อถามว่ามีความกังวลเกี่ยวกับสถานเอกอัครราชทูตไทยที่อยู่ในตะวันออกกลางหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีการติดต่อกันได้ แม้มีสัญญาณขาดการติดต่อเป็นช่วงๆ แต่เราก็ทำอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ เราเป็นห่วงสถานเอกอัครราชทูตไทยในเรื่องการเตรียมเสบียง น้ำและอาหารแห้ง ซึ่งในหลายประเทศยังมีร้านค้าเปิดจำหน่ายสินค้าอยู่