วันที่ 2 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ต้องติดตามสถานการณ์การสู้รบตะวันออกกลาง เพราะเป็นแหล่งนำเข้าพลังงานน้ำมันจำนวนมาก และเป็นแหล่งสำคัญของประเทศไทย จะต้องเตรียมแผนในการรองรับผลกระทบ โดยเฉพาะเรื่องการขาดแคลน จะเพียงพอหรือไม่ เพราะไทยมีการนำเข้าถึง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ทั้งนี้ไทยได้นำเข้าแหล่งพลังงานจากตะวันออกกลาง 70-80% ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมด ซึ่งจะแก้ไขปัญหาไม่ให้ขาดแคลนได้อย่างไร และเรื่องราคาจะขึ้นไปเท่าไร จะมีผลกระทบต่อภาคขนส่ง ต้นทุนการผลิต รวมถึงสินค้าต่างๆ จะเตรียมแผนรองรับอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่มาหารือในเบื้องต้น
ขณะที่สถานการณ์ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่า จะยาวหรือสั้น คงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป แต่สิ่งที่กังวล คือ หากอุตสาหกรรมที่ต้องใช้พลังงาน โดยการนำเข้าเยอะ ต้นทุนที่จะเพิ่มขึ้น ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ว่าเท่าไรแต่ในจิตวิทยาเบื้องต้น เปิดตลาด ยังขึ้นไม่มาก โดยราคาน้ำมันขยับขึ้น 5-6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเท่านั้น
ส่วนค่าเงินบาทมีผลเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนราคาทอง ยังต้องติดตามเพราะมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น หากสถานการณ์ยังบานปลายขึ้น ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
“คาดหวังอยากให้ยุติโดยเร็ว และคาดการณ์ไม่ได้ เพราะนอกเหนือจากสิ่งที่ควบคุมได้ แต่หวังว่าจะให้จบเร็ว เพราะจะกระทบไม่มาก แต่ขณะนี้อาจบานปลาย เช่น ตอนนี้มีข่าวว่าอิสราเอล จะโจมตีแถวเลบานอน เพิ่มเติม และตอนนี้ไม่รู้ว่ากองกำลังที่คุมช่องแคบฮอร์มุซมีการยิงจรวดไปยังเรือบรรทุกน้ำมัน จะมีการปราบปรามกองกำลังหรือไม่ ยังตอบอะไรไม่ได้ ถ้าทำเร็วความเสียหายน้อย ฟื้นตัวได้ แต่หากช้า ก็ต้องมีมาตรการเตรียมรองรับ”



