ตามที่ปรากฏข่าวว่า เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 69 ร้านค้าทองคำรายใหญ่บางแห่ง ได้ประกาศราคาหน้าร้านขายออกทองคำแท่งที่บาทละ 79,800 บาท และรับซื้อบาทละ 77,800 บาท ทำให้มีส่วนต่างเงิน 2,000 บาท จากปกติที่ราคาซื้อ-ขาย ส่วนต่างจำนวน 200 บาท
รายงานข่าวแจ้งเพิ่มว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 2 มี.ค. 2569 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และกรมการค้าภายใน ได้ลงพื้นที่ร้านค้าทองแม่ทองสุก เพื่อตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ปรากฏว่า ไม่พบตัวผู้มีอำนาจในการกำหนดราคาขายดังกล่าว ดังนั้นกรมจึงทำหนังสือเชิญมาชี้แจงข้อมูลต่อไปภายหลัง เนื่องจากประเด็นดังกล่าวอาจทำให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภคได้

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภค 2 ออกหนังสือเชิญให้ผู้ประกอบธุรกิจค้าทองคำดังกล่าว มาให้ถ้อยคำและส่งเอกสารชี้แจง ตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะพฤติกรรมของผู้ประกอบธุรกิจมีการตั้งราคาซื้อขายเปลี่ยนแปลงจากที่เคยปฏิบัติก่อน หากผู้ถูกเรียกไม่มาตามที่กำหนดไว้ อาจพิจารณาโทษปรับตามกฎหมาย ไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยการเรียกมาชี้แจงครั้งนี้ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ในการสอบสวน และสร้างความเป็นธรรมต่อผู้ถูกเรียก และผู้บริโภค

นอกจากนี้ สคบ.ได้ประสานสมาคมค้าทองคำ เพื่อขอข้อมูล โดยรับการชี้แจงว่า ที่ผ่านมา สมาคมฯ เคยประกาศให้ประชาชนทราบกรณีร้านทองงดขายทองคำแท่งในวันเสาร์และวันอาทิตย์ เนื่องจากตลาดในต่างประเทศปิดทำการ เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงให้ผู้ค้าทองคำ ซึ่งราคาซื้อขายทองคำแท่งล่าสุด ที่ประกาศไว้ในวันอาทิตย์ที่ 1 มี.ค. 69 จะเป็นราคาขายออกที่บาทละ 77,600 บาท และรับซื้อบาทละ 77,400 บาท ซึ่งใช้ราคาขายออกและรับซื้อเดียวกับราคาวันที่ 28 ก.พ. 69

อย่างไรก็ตาม ตามที่เป็นข่าว อาจมีผู้ค้าบางรายยอมรับความเสี่ยงหรือบริหารความเสี่ยงได้ จึงยังคงทำการเปิดซื้อขายทองคำแท่งตามปกติในช่วงวันหยุดดังกล่าว และตั้งราคาขายและรับซื้อที่มีส่วนต่างมากกว่าที่สมาคมฯ ประกาศ เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยง ซึ่งเรื่องนี้สมาคมฯ ไม่มีอำนาจบังคับผู้ค้าได้



