สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงการที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (ไออาร์จีซี) ประกาศปิดตายช่องแคบฮอร์มุซ ว่ากองทัพเรือสหรัฐพร้อมคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมัน ในการผ่านเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้ “หากมีความจำเป็น” และสั่งการให้รัฐบาลจัดทำประกันภัยสำหรับเรือพาณิชย์
"Did Israel force your hand to launch these strikes against Iran?"@POTUS: "No… Based on the way the negotiation was going, I think [Iran] was going to attack first, and I didn't want that to happen — so if anything, I might've forced Israel's hand." pic.twitter.com/7fi44RFlge
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) March 3, 2026
ขณะเดียวกัน ทรัมป์กล่าวว่า อิสราเอลไม่ได้กดดันให้สหรัฐร่วมปฏิบัติการทางทหาร แต่สหรัฐเป็นฝ่ายบีบให้อิสราเอลร่วมมือเสียด้วยซ้ำ และยืนยันว่า การโจมตีร่วมครั้งนี้สามารถทำลายศักยภาพทางทหารของอิหร่านจนเกือบหมดสิ้น ทั้งกองทัพเรือ กองทัพอากาศ และระบบเรดาร์
President Donald Trump said the US would provide insurance guarantees and naval escorts to ensure safe passage for oil tankers and other vessels through the Strait of Hormuz https://t.co/OylI9IbWg0
— Bloomberg (@business) March 3, 2026
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยอมรับว่า ยังไม่มีแผนชัดเจนสำหรับผู้นำคนใหม่ของอิหร่าน ซึ่งจะขึ้นมาแทนที่ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ที่เสียชีวิตไป เนื่องจาก “คนที่เราเล็งไว้ส่วนใหญ่ตายหมดแล้ว” และกังวลว่า คนใหม่ที่กำลังจะมา “อาจแย่พอ ๆ กัน”
นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐอ้างว่า อิหร่านใช้การเจรจาบังหน้า เนื่องจากในความเป็นจริงเหลือเวลาอีกเพียง “ไม่กี่วันหรือสัปดาห์” ก็จะผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้สำเร็จ และยืนยันว่า ตอนนี้ “สายเกินไปแล้ว” สำหรับการเจรจา.
เครดิตภาพ : AFP



