สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส กล่าวว่า สั่งการให้เรือบรรทุกเครื่องบิน ชาร์ล เดอ โกล ยุติภารกิจในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือและมุ่งหน้าสู่เมดิเตอร์เรเนียน พร้อมฝูงบินรบและเรือฟริเกตคุ้มกัน เบื้องต้นคาดว่า จะใช้เวลาประมาณ 10 วันในการเดินทาง
ขณะเดียวกัน มาครงสั่งส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศและเครื่องบินรบราฟาลไปยังไซปรัส หลังฐานทัพอากาศของสหราชอาณาจักรในไซปรัสถูกโดรนอิหร่านโจมตี
France is sending its Charles de Gaulle aircraft-carrier battle group to the Mediterranean as part of a French military buildup in the region in response to Iranian missile and drone attacks. https://t.co/Sqt8pccFXY
— The Wall Street Journal (@WSJ) March 3, 2026
ทั้งนี้ ผู้นำฝรั่งเศสวิจารณ์ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐและอิสราเอลที่มีต่ออิหร่านว่า “อยู่นอกเหนือกฎหมายระหว่างประเทศ” และรัฐบาลปารีสไม่เห็นด้วย แต่ย้ำว่าอิหร่านคือ “ผู้รับผิดชอบหลัก” ต่อวิกฤติการณ์ครั้งนี้ เนื่องจากมีโครงการนิวเคลียร์ที่อันตราย การสนับสนุนกองกำลังติดอาวุธในการทำสงครามตัวแทน และการใช้ความรุนแรงต่อประชาชนของตนเอง
นอกจากนี้ มาครงเตือนว่า การที่แคบฮอร์มุซถูกปิดอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) มากถึง 20% ของโลก และฝรั่งเศสกำลังริเริ่มสร้าง “พันธมิตรนานาชาติ” เพื่อระดมทรัพยากรทางทหารในการเปิดเส้นทางเดินเรือ และรักษาความปลอดภัยในทะเลแดงและคลองสุเอซ.
เครดิตภาพ : REUTERS



