สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ว่าองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (ดับเบิลยูเอ็มโอ) เผยแพร่รายงานว่า ปรากฏการณ์ลานีญาที่อ่อนแอเมื่อเร็ว ๆ นี้ คาดว่าจะเปลี่ยนไปสู่สภาวะปกติ ซึ่งจะนำไปสู่ปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น ก่อนสิ้นปี 2569
ดับเบิลยูเอ็มโอกล่าวว่า มีโอกาส 60% ที่จะเกิดสภาวะปกติในช่วง 3 เดือน ตั้งแต่เดือน มี.ค.-พ.ค. โดยมีโอกาส 30% ที่จะเกิดสภาวะลานีญา และ 10% ที่จะเกิดเอลนีโญ รวมถึง 70% ที่จะเกิดสภาวะปกติในช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย.
ในช่วงเดือน พ.ค.-ก.ค. โอกาสที่จะเกิดสภาวะปกติลดลงเหลือ 60% ส่วนโอกาสที่จะเกิดเอลนีโญอยู่ที่ 40%
The recent weak La Niña event is expected to fade into ENSO (El Niño-Southern Oscillation) -neutral conditions which may swing to a warming El Niño episode later this year, according to the latest WMO El Niño/La Niña Update.
— World Meteorological Organization (@WMO) March 3, 2026
Check out the full update ???? https://t.co/BIPsbctstt pic.twitter.com/YuJ98I7xnZ
น.ส.เซเลสเต เซาโล เลขาธิการดับเบิลยูเอ็มโอ กล่าวว่า ดับเบิลยูเอ็มโอจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ พร้อมเสริมว่า เอลนีโญครั้งล่าสุดในปี 2566-2567 เป็น 1 ใน 5 ครั้ง ที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ และมีส่วนทำให้เกิดอุณหภูมิโลกสูงเป็นประวัติการณ์เมื่อ 2 ปีก่อน
อนึ่ง เอลนีโญมีส่วนทำให้ปี 2566 เป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ และปี 2567 เป็นปีที่ร้อนที่สุดตลอดกาล
องค์กรเน้นย้ำว่า ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เช่น ลานีญาและเอลนีโญ เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ซึ่งทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นในระยะยาว เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วรุนแรงขึ้น และส่งผลกระทบต่อรูปแบบปริมาณน้ำฝน และอุณหภูมิตามฤดูกาล
ด้านรายงานของสำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ (โนอา) ของสหรัฐ ระบุว่า มีโอกาส 50-60% ที่ปรากฏการณ์เอลนีโญจะเกิดขึ้นในช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. และอาจกินเวลาต่อเนื่องไปอีก.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



