คดีฮั้ว สว. อยู่ในขั้นตอนที่คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 พิจารณาสำนวนจาก คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนที่ 26 เมื่อแล้วเสร็จ ชุด 36 จะส่งกรรมการ กกต. วันที่ 4 มี.ค. ที่สำนักงาน กกต. คณะ สว.สำรอง นำโดย นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล เข้ายื่นคำร้องถึง กกต. เพื่อคัดค้านและขอให้ถอดถอน ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ออกจากคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโตแย้ง คณะที่ 36

“เพราะปรากฏภาพ ร.ต.อ.ปิยะ ยืนรอต้อนรับเสี่ยหนู อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และยกมือไหว้ บริเวณลานจอดเครื่องบินที่บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่บุคคลทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งตั้งข้อสังเกตเรื่องความเป็นกลางทางการเมือง และขอตั้งข้อสังเกต กรณีการจัดแข่งขัน MotoGP ที่จังหวัดบุรีรัมย์เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ถามว่าอนุทิน ใช้อภิสิทธิ์อะไรในการใช้เครื่องบินกองทัพอากาศ เพื่อไปเปิดงาน MotoGP ที่จังหวัดบุรีรัมย์”

“ทนายอั๋น” ภัทรพงศ์ ศุภักษร กล่าวว่า ในส่วนของคดีอั้งยี่-ซ่องโจร ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดูแลมีความเห็นสั่งฟ้อง 8 คน ซึ่งเป็น สว. 2 คน และ 1 คนเป็นอดีต สส. ส่วนอีก 5 คน เป็นผู้พลีชีพในเพจ จ.สุราษฎร์ธานี แต่อัยการตีสำนวนกลับ มีข่าวว่า พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ จะถูกเก็บเข้ากรุ จึงอยากเห็นการพลีชีพ เหมือนกับอดีตผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ก่อนจะออกจากตำแหน่ง ได้เซ็นแต่งตั้งทนายซึ่งนำไปสู่การส่งคดีเขากระโดง เข้าสู่กระบวนการสั่งฟ้อง จึงอยากเห็นอธิบดีดีเอสไอออกหมายเรียก ออกหมายจับ

“ทราบว่า กกต.ได้ทำหนังสือ สอบถามดีเอสไอว่าในสำนวนอั้งยี่และฟอกเงิน มีการสั่งฟ้องคนของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ดีเอสไอยืนยันว่าไม่มี ทำให้คณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ได้จัดทำข้อสรุป เพื่อตัดจบคดี และทำให้พรรคภูมิใจไทยรอดจากคดีฮั้ว สว.” นายภัทรพงศ์ กล่าว และได้เปิดภาพ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ไหว้นายอนุทินที่สนามบินสตึก บุรีรัมย์ และกล่าวว่า มีกระแสข่าวว่า ร.ต.อ.ปิยะจะได้เป็นอธิบดีดีเอสไอคนต่อไป จึงทำให้เชื่อว่าหาก ร.ต.อ.ปิยะ มาดำรงตำแหน่งจริง คดีนี้ก็จะจบด้วยการสั่งไม่ฟ้องหรือไม่

รายงานข่าวแจ้งว่า ปรากฏข่าวลือสะพัดในกระทรวงยุติธรรมว่า ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล เตรียมรับตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ ในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล (หลังการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีเสร็จสิ้น) และจะมี รมว.ยุติธรรม เป็นคนสายตรงจากจังหวัดบุรีรัมย์มารับหน้าที่แทน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรมคนปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม มีข่าวด้วยว่า คู่แข่งอธิบดีดีเอสไออีกคน ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ ชื่อเล่น เกิ้ล ลูกหม้อเก่าของดีเอสไอ

คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง คณะที่ 26 มีมติดำเนินคดีผู้ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น 229 ราย ประกอบด้วย สว.ตัวจริง จำนวน 138 ราย และผู้บริหาร-เครือข่ายของพรรคภูมิใจไทย จำนวน 91 ราย ซึ่งปัจจุบันสำนวนคดีดังกล่าวยังคงอยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ คณะที่ 36 ซึ่งยังคงขยายเวลาในการตรวจสอบสำนวน

ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ได้ชี้แจงกับทีมข่าวอาชญากรรมเดลินิวส์สั้น ๆ ถึงการปรากฏภาพไปต้อนรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่า วันดังกล่าวที่ปรากฏภาพ คือวันอาทิตย์ ตนไปเพื่อไปรับชมการแข่งขันรถจักรยานยนต์เท่านั้น และก็ไม่ได้มีเพียงแค่ตนที่เดินทางไป ส่วนเรื่องการเป็น 1 ใน 7 รายชื่อคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 นั้น ตนเป็นเพียงแค่ 1 ในนั้น และการทำงานย่อมทำงานเป็นรูปแบบขององค์คณะ พร้อมปฏิเสธว่าตนเองไม่ได้เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ ดังกล่าวแต่อย่างใด

ศาลฎีกานัดฟังคําพิพากษาคดีหมายเลขดําที่ ลต สว 11/2568 ระหว่าง กกต. ผู้ร้อง น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย อดีต สว. ผู้คัดค้าน กรณี น.ส.เกศกมล ใช้คำว่าศาสตราจารย์ ทั้งที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์ตามกฎหมายของประเทศไทยลงสมัคร สว. ศาลเห็นว่า การได้มาซึ่งตำแหน่งศาสตราจารย์ของ น.ส.เกศกมลยังไม่ผ่านการรับรองจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และยังไม่มีประสบการณ์สอนหนังสือ ไม่เคยสอนก็ไม่สามารถใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์ได้ การกระทำของ น.ส.เกศกมล เป็นการทุจริต กรอกข้อมูลสมัคร สว.ไม่ตรงกับความจริง ศาลฎีกาพิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปี นับตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษา

ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธตอบคำถามถึงข่าวการวางตัว “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารบก เป็น รมว.กลาโหม นายอนุทินเพียงแต่ยิ้มเท่านั้น เมื่อถามต่อว่า ชื่อ “ด” ใช่ “บิ๊กโด่ง” พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร อดีต รมช.กลาโหมหรือไม่ นายกฯ ไม่ได้ตอบคำถามเช่นเดียวกัน

ช่วงเย็น ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. แถลงว่า กกต.มีมติประกาศรับรอง สส.แบบแบ่งเขตเพิ่มอีก 3 เขต คือ สส.จันทบุรี เขต 1 (นายสุรพล วิรัตน์โยสินทร์ พรรคภูมิใจไทย) สส.จันทบุรี เขต 2 (นายคัมภีร์ ชื่นบาน พรรคภูมิใจไทย) และ จ.พะเยา เขต 1 (นายอัครา พรหมเผ่า พรรคกล้าธรรม) ส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2 (นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จากพรรคภูมิใจไทย คะแนนนำ) กกต.ยังไม่ประกาศรับรอง เนื่องจากพบว่าการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ส่อให้เห็นถึงความไม่สุจริตเที่ยงธรรม ต้องสืบสวนไต่สวนต่อไป

“สส.บัญชีรายชื่อ 1 คนต้องได้คะแนนค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 350,305.79 คะแนน สรุป 100 คน มีดังนี้ พรรคประชาชน 32 คน พรรคภูมิใจไทย 19 คน พรรคเพื่อไทย 16 คน พรรคประชาธิปัตย์ 11 คน พรรคเศรษฐกิจ 3 คน พรรครวมไทยสร้างชาติ 2 คน พรรคเพื่อชาติไทย 2 คน พรรคกล้าธรรม 2 คน

ส่วนอีก 13 พรรคที่ได้ สส. 1 คน คือ พรรครวมใจไทย, พรรคประชาชาติ, พรรคใหม่, พรรคไทยทรัพย์ทวี, พรรคประชาธิปไตยใหม่, พรรคมิติใหม่, พรรคไทยภักดี, พรรคไทยสร้างไทย, พรรครวมพลังประชาชน, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคทางเลือกใหม่, พรรคไทรวมพลัง, พรรคพลังประชารัฐ

สรุป สส.แบบแบ่งเขต ภูมิใจไทย 172 คน พรรคประชาชน 88 คน พรรคเพื่อไทย 58 คน พรรคกล้าธรรม 56 คน พรรคประชาธิปัตย์ 10 คน พรรคไทรวมพลัง 5 คน พรรคพลังประชารัฐ 4 คน พรรคประชาชาติ 4 คน พรรคไทยสร้างไทย 1 คน และพรรคโอกาสใหม่ 1 คน 10 ลำดับแรกของผู้มาใช้สิทธิรายจังหวัด มีดังนี้ พัทลุง 83.54% ลำพูน 81.71% นครนายก 80.06% นครปฐม 79.53% สงขลา 79.53% พระนครศรีอยุธยา 79.25% ราชบุรี 78.36% สระบุรี 78.18% เชียงใหม่ 77.84%

นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.และรองโฆษกสำนักงาน กกต. แถลงข่าวว่า มีเรื่องคัดค้านเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส.ทั้งหมด 246 เรื่อง ส่วนใหญ่จะเป็นมาตรา 73 (1) เรื่องของการแจกเงินซื้อเสียง หรือประมาณ 30% ของเรื่องร้องเรียนทั้งหมด ในส่วนของ กปน. ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ที่ส่อทำการเลือกตั้งไม่สุจริตนั้น ที่อยู่ระหว่างเจ้าพนักงานสืบสวนสอบสวนรับเป็นความปรากฏเพื่อดำเนินการกับผู้ที่กระทำความผิด

นายครรชิต ยังได้ตอบความคืบหน้าเกี่ยวกับข้อร้องเรียนกรณีบริษัทสเปกเตอร์ซี จำกัด ที่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาชนว่า อยู่ระหว่างดำเนินการ จะมีความเชื่อมโยงกับความวุ่นวายในหลายพื้นที่ เช่น ปทุมธานีเขต 7 ชลบุรีเขต 1 กทม.เขตคันนายาว หรือไม่ ตรงนี้สเปกเตอร์ซีก็เป็นจุดเริ่มต้น ต้องไปดูว่ามีวิธีการดำเนินการอย่างไร

“ทีมข่าวการเมือง”