หลายคนมีงานอดิเรกเป็นการ “ปั่นหู” หรือ “แคะขี้หู” เพราะรู้สึกว่ามันสะอาดและผ่อนคลาย แต่จากข้อมูลล่าสุดโดย ศ.หวัง หนิงอวี่ หัวหน้าแผนกโสต ศอ นาสิก จากโรงพยาบาลปักกิ่งเฉาหยาง ยืนยันชัดเจนว่า “หูคืออวัยวะที่ไม่ควรแคะเองเด็ดขาด!” และนี่คือเหตุผลที่คุณควรวางไม้พันสำลีลงทันที

“ขี้หู” ไม่ใช่ “ขยะ” แต่คือ “บอดี้การ์ด”

ในหูของเรามีต่อมสร้างขี้หู ซึ่งทำหน้าที่ผลิตสารที่มีคุณสมบัติพิเศษดังนี้

  • มีรสขมไล่แมลง: กลิ่นและรสสัมผัสของขี้หูช่วยป้องกันไม่ให้แมลงตัวเล็กๆ เข้าไปทำรัง
  • ฤทธิ์ต้านอักเสบ: ช่วยยับยั้งการเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรียในช่องหูที่อับชื้น
  • ตัวช่วยขยายเสียง: โครงสร้างหูที่โค้งมนช่วยให้เสียงเกิดการสะท้อนและได้ยินชัดเจนขึ้น การมีขี้หูในปริมาณที่พอเหมาะจึงเป็นเรื่องปกติของร่างกาย

ทำไมถึงไม่ควร “ห้ามแคะหู” เอง

ช่องหูบอบบางกว่าที่คุณคิด ผิวหนังในช่องหูเป็นแบบ “หนังหุ้มกระดูกหรือกระดูกอ่อน” ซึ่งไม่มีชั้นไขมันรองรับเหมือนผิวหนังส่วนอื่น การใช้ไม้แคะหรือคอตตอนบัดปั่นแรงๆ เพียงนิดเดียว ก็ทำให้เกิดแผลถลอกได้ง่ายมาก และเมื่อเกิดแผลในที่อับชื้น แบคทีเรียหรือเชื้อราจะเจริญเติบโตทันที นำไปสู่โรค “หูชั้นนอกอักเสบ” ที่ปวดทรมานสุดๆ

หูมีระบบ “Auto-Clean”

ร่างกายเราฉลาดกว่าที่คิด ทุกครั้งที่เราเคี้ยวอาหาร พูด หรือหาว การเคลื่อนไหวของข้อต่อขากรรไกรจะส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงช่องหู และค่อยๆ ผลักดันขี้หูที่แห้งแล้วให้หลุดลอกออกมาเองตามธรรมชาติ โดยที่เราไม่ต้องลงมือทำอะไรเลย

แล้วถ้า “หูอื้อ/ขี้หูอุดตัน” จริงๆ ต้องทำอย่างไร?

ในบางกรณีที่ขี้หูผลิตออกมามากเกินไป หรือแข็งจนเป็นก้อน ทำให้หูอื้อ ห้ามแคะเองเด็ดขาด! เพราะการแคะจะยิ่งดันให้ก้อนขี้หูลงลึกไปติดที่แก้วหูจนเกิดความเสียหายได้

วิธีที่ถูกต้องคือไปพบแพทย์หู คอ จมูก เพื่อใช้เครื่องมือเฉพาะทางคีบออก หรือใช้ยาหยอดหูเพื่อละลายขี้หูให้ซอฟต์ลง ก่อนจะล้างออกด้วยน้ำเกลืออย่างปลอดภัย

“หูสะอาดได้โดยไม่ต้องแคะ” การปล่อยให้ระบบธรรมชาติทำงาน คือวิธีดูแลหูที่ดีที่สุดครับ

ที่มาและภาพ : sohu, freepik