สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ว่า นายโฮเซ มานูเอล อัลบาเรซ รมว.การต่างประเทศสเปน กล่าวว่า จุดยืนของรัฐบาลมาดริดที่มีต่อสงครามในตะวันออกกลาง และการใช้ฐานทัพของสเปนนั้น “ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในทางใดทั้งสิ้น” นั่นคือ “การไม่เอาสงคราม”
NEW: White House Press Secretary Karoline Leavitt announces that Spain has “agreed to cooperate” with the U.S. military after President Trump said Madrid had indicated Washington could not use certain Spanish bases in support of Operation Epic Fury.
— Fox News (@FoxNews) March 4, 2026
"With respect to Spain, I… pic.twitter.com/a7T6l13d0X
การแถลงดังกล่าวของอัลบาเรซ เป็นการตอบโต้ที่นางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า รัฐบาลสเปนตกลงร่วมมือกับสหรัฐ ในปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน
ขณะเดียวกัน การแถลงของอัลบาเรซ ยังเป็นการย้ำคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ผู้นำสเปน ที่ว่าสเปนมีจุดยืนที่ชัดเจนในการ “ไม่เอาสงคราม” และสเปนจะไม่ยอมเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในสิ่งที่ทำลายโลก และขัดต่อค่านิยมของประเทศ เพียงเพราะกลัวการถูกตอบโต้
Spain’s PM Pedro Sanchez has condemned the US-Israel war on Iran as a breach of international law, emerging as one of the sole Western leaders to denounce the attacks. pic.twitter.com/R6h2rn25YX
— Al Jazeera English (@AJEnglish) March 2, 2026
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ตำหนิรัฐบาลสเปนอย่างหนัก ที่ไม่อนุญาตให้สหรัฐใช้ฐานทัพอากาศโรตาและฐานทัพอากาศโมรอน เพื่อเป็นฐานให้กับปฏิบัติการทางทหารของอเมริกา ในการโจมตีอิหร่าน
ทรัมป์กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “สเปนทำตัวแย่มาก” และสั่งให้นายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.การคลังสหรัฐ ระงับการติดต่อและตัดขาด “ความร่วมมือทางการค้า” ทั้งหมดกับสเปนแล้ว พร้อมทั้งวิจารณ์ซานเชซ ที่ไม่ยอมเพิ่มงบประมาณป้องกันประเทศให้มีสัดส่วนเป็น 5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ตามข้อเรียกร้องของสหรัฐ.
เครดิตภาพ : AFP



