ดร.สุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า กรมพัฒนาที่ดิน (พด.) เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทานอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการนี้เป็นกลไกสำคัญในการเสริมความมั่นคงด้านน้ำในพื้นที่เกษตรกรรมนอกระบบชลประทาน ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ เช่น นครพนม ศรีสะเกษ ยโสธร ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี อำนาจเจริญ และมุกดาหาร ผลการดำเนินงานพบว่า สระน้ำ ขนาด 1,260 ลูกบาศก์เมตร ไม่เพียงเป็นแหล่งกักเก็บน้ำ แต่ยังเป็น “จุดตั้งต้นของการพัฒนาแบบบูรณาการ” ทั้งด้านดิน น้ำ พืช และเศรษฐกิจครัวเรือน เสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ที่พึ่งพาน้ำฝนเป็นหลัก
โดยรูปแบบแหล่งน้ำออกแบบเป็นสระเก็บน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือรูปทรงที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ความลึกเฉลี่ย 3 เมตร และปรับความลาดชันของคันดิน เพื่อป้องกันการพังทลาย พร้อมระบบทางน้ำเข้า–ออก โดยคำนึงถึง ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะดิน ความสามารถในการรับน้ำฝน และความสะดวกในการกระจายน้ำสู่แปลงเพาะปลูก ด้านการบริหารจัดการน้ำระดับไร่นา เกษตรกรสามารถใช้สระกักเก็บน้ำฝนสำรองในช่วงฤดูแล้งและฝนทิ้งช่วง โดยมีการวางแผนใช้น้ำอย่างเป็นระบบ เช่น ติดตั้งเครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบท่อส่งน้ำ สปริงเกลอร์ หรือน้ำพุ่ง เพื่อกระจายน้ำสู่แปลงเพาะปลูกได้อย่างทั่วถึง บางพื้นที่สามารถเติมน้ำจากบ่อบาดาลในช่วงวิกฤต ทำให้เพาะปลูกได้ต่อเนื่องตลอดปี เพิ่มรอบการผลิตได้มากกว่าระบบอาศัยน้ำฝนเพียงอย่างเดียว บางรายใช้สระเลี้ยงปลาเพื่อบริโภคและจำหน่าย สร้างรายได้เสริมและเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร
ด้าน นายสุทธิดล วงษ์จันฬา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 4 เปิดเผยว่า จากข้อมูลพื้นที่ดำเนินงานของสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 4 พบว่า หลังจากได้รับการสนับสนุนสระน้ำ เกษตรกรมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น อย่างชัดเจน บางรายมีรายได้จากหลักหมื่นบาทต่อปี เพิ่มเป็นมากกว่าสองแสนบาทต่อปี จากการเพิ่มผลผลิตข้าว ปลูกพืชผักจำหน่าย การแปรรูปผลผลิต และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นอกจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังช่วยลดความเครียดจากความเสี่ยงภัยแล้ง ส่งเสริมสุขภาพจากการทำเกษตรอินทรีย์ และพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน ที่มีเกษตรกรและประชาชนเข้าศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดทั่วประเทศ หรือสายด่วนกรมพัฒนาที่ดิน โทร 1760



