เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยภักดี ให้สัมภาษณ์หลัง หลังเดินทางเข้ารับหนังสือรับรองจาก กกต. ว่า วันนี้มารับเอกสารรายงานตัวช่วงบ่ายๆ เพราะทราบว่าพรรคใหญ่ๆ เข้ามาตอนเช้า ส่วนการรายงานตัวต่อรัฐสภาทราบว่าพรรคใหญ่ๆ เขาจะไปรายงานตัวต่อเนื่องจากนี้ ถ้าไปสภาตอนนี้ก็จะเสียเวลาเยอะ ซึ่งตนไม่ได้ถือฤกษ์ใดๆ เอาความสะดวก จึงจะไปรายงานตัวในวันที่ 10 มี.ค. ให้พรรคใหญ่ๆ เขาไปก่อน

“วันนี้เราต้องเจียมเนื้อเจียมตัวเพราะเราเข้ามาเสียงเดียวและยังยืนยันว่าจะเปลี่ยนของพรรคไทยภักดีเรายืนอยู่ข้างประเทศไทยคืออะไรที่เป็นประโยชน์กับชาติบ้านเมืองตนจะยืนอยู่ตรงนั้น ส่วนรายละเอียดตั้งใจจะไปแถลงในวันที่ 10 ถึงจุดยืนถึงรายละเอียดชัดเจนในการทำงานของเราและอยากจะย้ำถึงพี่น้องที่ให้กำลังใจกับพรรคไทยภักดี  แม้ได้เข้าไปเพียงหนึ่งเสียง ก็จะเป็นหนึ่งเสียงที่ทรงพลังและสามารถปกป้องทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติบ้านเมืองได้” นพ.วรงค์ กล่าว

นพ.วรงค์  กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ไม่มีพรรคการเมืองไหนติดต่อ ส่วนจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ยังขอไม่ตอบอะไรทั้งสิ้น ไว้รอวันที่ 10 มี.ค. แต่คิดว่าการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมบางครั้งอย่าลืมว่า 1 เสียงถ้าเป็นประโยชน์กับประชาชน ถูกใจประชาชน ไม่ว่าเราจะยืนฝ่ายไหน ณ ขณะนี้  ถ้าถูกใจประชาชนมันสะเทือน  ตนถูกฝึกมาในการทำงานไม่ได้ใช้โวหาร  แต่ถูกฝึกมาให้ใช้ข้อมูลหลักฐาน เอกสารอ้างอิงทุกครั้ง ดังนั้นการพูดความจริงหรือการทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองที่พิสูจน์ได้โดยเอกสารหลักฐาน ตนว่ามันทรงพลัง

เมื่อถามว่าจะมีการตรวจสอบรัฐบาลเข้มข้นเหมือนสมัยจำนำข้าวหรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า ให้รอวันที่ 10 มี.ค.จะชัดเจนว่าตนจะยืนตรงไหน รู้ว่าตอนยืนฝั่งฝ่ายค้านหรือรัฐบาล แต่เบื้องต้นยืนยันกับประชาชนว่าประโยชน์ชาติอยู่ในใจเรา การเข้ามาครั้งนี้เพราะตนสำนึกว่าการที่จะผ่านเข้ามาได้ไม่ใช่ง่าย ได้ออกทีวีน้อยมาก วันนี้เป็นครั้งแรกที่เจอทีวีเยอะมาก ฉะนั้นจึงตั้งใจว่าหนึ่งสิ่งที่ประชาชนเลือกเราเข้าไปต้องทำให้คุ้มค่า

นพ.วรงค์ กล่าาอีกว่า ตนไม่ได้เข้าสภามา 12 ปีโดยเป็นช่วง คสช. 6 ปี และเลือกตั้งอีก 2 สมัยรวม 6 ปีและเกิดการยุบสภาก่อน ซึ่งก็เท่ากับว่าตนไม่ได้เข้าสภามา 12 ปี 12 ปี ยังถามตัวเองว่าเราจะไปสภาถูกหรือไม่ ถ้าเป็นสมัยก่อนข้างสวนดุสิต ยังพอจำได้ แต่สภาใหม่ เคยไปยื่นเอกสารบ้างเล็กน้อย ไม่เคยได้เข้าไป แต่คิดว่าด้วยจิตวิญญาณในการทำหน้าที่ของผู้แทน มันอยู่ในสายเลือด มันอยู่ในจิตวิญญาณ มันน่าจะเริ่มต้นได้ง่าย.