ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทอตแนม ฮอตสเปอร์ อาการหนักแล้ว หลังโดน คริสตัล พาเลซ อริร่วมกรุงลอนดอน บุกมาทุบคารัง ทอตแนม ฮอตสเปอร์ สเตเดียม 3-1 แพ้ในลีกเป็นเกมที่ 5 ติดต่อกันแล้ว

เกมนี้ พาเลซ มาดุเหลือเกินเมื่อเปิดฉากบุกกระหน่ำเข้าใส่แบบไม่เกรงใจเจ้าถิ่น และเกือบได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 29 เมื่อ อิสไมลา ซาร์ ซัดบอลไปแฉลบขา เปโดร ปอร์โร เปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง แต่สุดท้ายโดน VAR ริบคืนเนื่องจากเป็นจังหวะล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

จากนั้นกลายเป็น สเปอร์ส ที่พังประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 เมื่อ อาร์ชี เกรย์ เปิดบอลให้ โดมินิก โซลันกี ซัดเข้าไปตุงตาข่ายในนาทีที่ 34 ทว่าดีใจได้ไม่นานเจ้าถิ่นต้องเหลือแค่ 10 คนเมื่อ มิคกี ฟาน เดอ เฟน โดนใบแดงจากจังหวะไปดึง ซาร์ ในกรอบเขตโทษในนาทีที่ 38 ก่อนที่ ซาร์ จะลุกขึ้นมาสังหารจุดโทษให้ พาเลซ ตามตีเสมอเป็น 1-1 ได้สำเร็จ

เท่านั้นยังไม่พอในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 45+1 อดัม วอร์ตัน แทงทะลุช่องให้ ยอร์เกน สตรานด์ ลาร์เซน กระทุ้งให้ พาเลซ แซงขึ้นนำ 2-1 ก่อนที่สกอร์จะไหลเป็น 3-1 เมื่อ วอร์ตัน เปิดบอลให้ ซาร์ หลุดไปจิ้มผ่านตัว กูเยลโม วิคาริโอ นายทวารเจ้าถิ่น เข้าไปในนาทีที่ 45+7

ครึ่งหลัง สเปอร์ส พยายามเปิดเกมสู้ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถเจาะแนวรับทีมเยือนเข้าไปพังประตูได้ จบเกม “ไก่เดือยทอง” แพ้ คริสตัล พาเลซ คาบ้าน 1-3 มี 29 คะแนนจาก 29 นัดยังอยู่ที่ 16 โดยมีแต้มเหนือโซนตกชั้นแค่คะแนนเดียว ส่วน “ปราสาทเรือนแก้ว” มี 38 คะแนนอยู่ที่ 13.

ภาพ AFP