สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมานามา ประเทศบาห์เรน เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ว่า ศูนย์การสื่อสารของรัฐบาลบาห์เรนออกแถลงการณ์ว่า ขีปนาวุธจากอิหร่านโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท แบปโก เอเนอร์จีส์ บนเกาะสิตรา ตั้งอยู่นอกชายฝั่ง ทางตอนใต้ของกรุงมานามา จนเกิดเพลิงไหม้ขนาดใหญ่
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ใช้เวลานานหลายชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ โดยไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ และโรงกลั่นยังคงดำเนินงานต่อไปได้
A huge fireball is seen at the primary refinery for the Bahrain Petroleum Company in Ma’ameer, following a ballistic missile attack against the facility by Iran. pic.twitter.com/nEZEGR8QOy
— Al Arabiya English (@AlArabiya_Eng) March 5, 2026
ในเวลาเดียวกัน ที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย สถานเอกอัครราชทูตของประเทศตะวันตกหลายแห่ง สั่งให้เจ้าหน้าที่หลบภัยในที่ตั้ง หลังเกิดเหตุโดรนอิหร่านโจมตีสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงริยาดจนต้องปิดชั่วคราว
Two drones have hit the US Embassy in Riyadh, Saudi Arabia, causing a small fire and minor damage. Meanwhile, the US State Department has ordered the departure of its non-emergency government employees from Jordan, Iraq, and Bahrain. pic.twitter.com/ROp3CqAZlb
— Al Jazeera English (@AJEnglish) March 3, 2026
ขณะที่รัฐบาลซาอุดีอาระเบียสั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในย่านการทูตของกรุงริยาด ให้เป็นชั้นสูงสุด ท่ามกลางการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่าน
ด้านสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำซาอุดีอาระเบียชี้แจงว่า รัฐบาลเตหะรานไม่ได้อยู่เบื้องหลังการโจมตีสถานเอกอัครราชทูต หรือโรงกลั่นน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย พร้อมระบุว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความต้องการของอิหร่าน แต่เป็นสิ่งที่ “ถูกยัดเยียด” ให้กับภูมิภาคตะวันออกกลาง.
เครดิตภาพ : REUTERS



