เมื่อวันที่ 6 มี.ค. เวลา 16.52 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า สถานการณ์สู้รบยังคงมีอย่างต่อเนื่อง และบานปลายไปยังประเทศอื่น เพราะอิหร่านโจมตีไปยังไซปรัส อาเซอร์ไบจาน และตุรกี ขณะที่อิสราเอลยังโจมตีจุดต่างๆ ในอิหร่านเพิ่มมากขึ้น รวมถึงเข้าโจมตีในเลบานอนด้วย โดยยังไม่มีทีท่าความพร้อมที่จะเจรจา โดยเรายืนยันท่าทีของไทยว่าอยากเห็นการเจรจา ขณะที่คนไทยในอิหร่านนั้น เรากำลังจะเคลื่อนย้ายคนไทยออกมา แต่ไม่ขอระบุว่าเป็นวันใด เนื่องจากมีการประสานผ่านทางอิหร่าน สหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ให้ดูแลเรื่องความปลอดภัย ทั้งนี้การเดินทางออกจากอิสราเอลเป็นระยะทางไกล เราจึงต้องแจ้งทั้งอิหร่าน สหรัฐและอิสราเอลให้รับทราบตามหลักของมนุษยธรรม
เมื่อถามว่าในกรณีไซปรัสและอาเซอร์ไบจาน มีคนไทยอยู่จำนวนเท่าไหร่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ในไซปรัสมีคนไทยอยู่ไม่มากเท่าไหร่ ทั้งนี้เรามีคนไทยมาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประมาณ 100 กว่าคน เคลื่อนย้ายโดยเครื่องบินพาณิชย์ออกมา ขณะที่คนไทยที่ออกจากบาห์เรนกลับมาถึงประเทศไทยแล้ว แต่มีจำนวนไม่มากเท่าไหร่ ซึ่งขณะนี้มีรายการผู้ที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับไทยแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่ไทยจะซื้อก๊าซธรรมชาติแอลเอ็นจีจากประเทศมาเลเซียนั้น จำเป็นต้องนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงพลังงานมีช่องทางติดต่อกันอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นสัญญาซื้อขาย ที่มีอยู่แล้วถึงเดือน พ.ค. 2569 ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้ดูแหล่งอื่นเพิ่มเติม ในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล เพื่อสำรองไว้ หากเกิดความจำเป็น แต่จากที่ฟัง รมว.พลังงาน พูดเมื่อวันที่ 5 มี.ค. ที่ผ่านมา หากไม่มีน้ำมันเข้ามาเลย จะมีใช้ประมาณ 60 วัน หรือ 95 วันด้วยซ้ำไป แต่ก็ยังจะมีน้ำมันเข้ามาที่ไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ.



