สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ว่า ศูนย์บัญชาการภูมิภาคกลางของกองทัพสหรัฐ (เซนต์คอม) รายงานความคืบหน้าของปฏิบัติการ “มหากาพย์พิโรธ” ซึ่งเป็นการเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา ว่าทำลายเป้าหมายไปแล้วมากกว่า 3,000 จุด ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการทหาร และสามารถ “สร้างความเสียหายหรือทำลาย” เรือรบของอิหร่านไปแล้วมากถึง 43 ลำ
นอกจากนี้ เซนต์คอมออกแถลงการณ์อีกฉบับ ว่ารายงานข่าวจากสถานีโทรทัศน์รัฐบาลอิหร่าน ที่อ้างว่ามีการโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบิน “ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น” นั้น “ไม่เป็นความจริง”
U.S. forces have struck over 3,000 targets in the first week of Operation Epic Fury, and we are not slowing down. pic.twitter.com/Nqn30feTQA
— U.S. Central Command (@CENTCOM) March 7, 2026
ทั้งนี้ สื่อของรัฐบาลเตหะรานรายงานว่า โดรนที่ยิงโดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (ไออาร์จีซี) พุ่งเป้าโจมตีและทำลายเรือบรรทุกเครื่องบินลำดังกล่าว แต่ทางโทรทัศน์ของรัฐบาลไม่ได้ให้รายละเอียดหรือหลักฐานยืนยันรายงานนั้น
ก่อนหน้านี้ไออาร์จีซีเคยอ้างการโจมตีเรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น มาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นกระทรวงกลาโหมสหรัฐโต้กลับว่า “ขีปนาวุธที่ยิงมานั้นไม่ได้เข้าใกล้ตัวเรือเลยด้วยซ้ำ”
????First the Iranian regime claimed and re-claimed (five days in a row) that it sank USS Abraham Lincoln (CVN 72). Now, the regime claims the aircraft carrier has miraculously resurfaced and "left the battlefield" after "encountering Iranian missiles and drones." NEED WE SAY MORE?… pic.twitter.com/BZw9PT0q5f
— U.S. Central Command (@CENTCOM) March 6, 2026
ปัจจุบัน สหรัฐมีเรือบรรทุกเครื่องบินประจำการอยู่ในตะวันออกกลาง 2 ลำ คือเรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น และเรือ “ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด” ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อเข้าร่วมปฏิบัติการทางอากาศครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



