จากกรณีวันที่ 6 มี.ค. นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยหลังประชุมร่วมกับ 10 หน่วยงาน เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำและการตรวจสอบกลุ่มทุนต่างชาติที่ประกอบกิจการล้งผลไม้ โดยจากการลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกพบ บริษัทกลุ่มเสี่ยงที่ใช้คนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) ทำธุรกิจล้งจำนวน 15 บริษัท แยกเป็นในจังหวัดราชบุรี 11 บริษัท สมุทรปราการ ปทุมธานี สมุทรสาคร และกรุงเทพฯ จังหวัดละ 1 บริษัท และเชื่อว่ามีคนไทยสนับสนุนบริษัทดังกล่าว 10 คน ซึ่งเป็นทั้งผู้ถือหุ้น เป็นกรรมการ บางบริษัทตั้งมาแล้ว 5-6 ปี บางบริษัทเพิ่งตั้งขึ้นมาใหม่

ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ส่งเรื่องขอให้ 7 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ อาทิ กรมสรรพากรตรวจสอบภาษีย้อนหลัง กระทรวงแรงงานดูความถูกต้องลูกจ้างแรงงาน สำนักงาน ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินและการยึดทรัพย์ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ตรวจสอบประเด็นการฮั้วราคา ขณะเดียวกันยังขอให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสเอ) ร่วมสอบสวนเชิงลึก ซึ่งโทษตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับตั้งแต่ 1 แสนถึง 1 ล้านบาท เนื่องด้วยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบพฤติกรรมการประกอบธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม มีทั้งเช่าสวนมะพร้าวเพื่อปลูก มีการแปรรูปและส่งออกเองครบวงจร และยังกดราคารับซื้อ ส่งผลให้ราคามะพร้าวในพื้นที่ตกต่ำผิดปกติ ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 7 มี.ค. พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 14.00 น. ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 10 หน่วยงาน และ 1 ในนี้คือกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้เข้าร่วมประชุมหารือและรับฟังข้อมูลปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำและการตรวจสอบกลุ่มทุนต่างชาติที่ประกอบกิจการล้งผลไม้ ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้กองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค นำโดย พ.ต.ต.เกรียงไกร สืบสัมพันธ์ และศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 7 เข้าร่วมประชุมหารือ ซึ่งตนได้รับรายงานว่า วาระการประชุมหารือเกี่ยวข้องกับสภาพปัญหาของล้งผลไม้ในพื้นที่ และประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งหลายหน่วยงานในที่ประชุมก็ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน

โดยทางดีเอสไอได้เรียนแจ้งที่ประชุมว่าทางดีเอสไอพร้อมสนับสนุนในการดำเนินการ เพราะดีเอสไอก็ได้มีการประสานกับทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัด หน่วยงานในพื้นที่ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น ว่าล้งผลไม้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีข้อมูลนั้น มีจำนวนกี่ล้ง พบความผิดปกติอย่างไรบ้าง ซึ่งถ้าหากพบสภาพปัญหาความผิดปกติใด ๆ ที่เข้าข่ายเป็นภารกิจด้านกฎหมายของดีเอสไอ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้มีการประสานข้อมูลมายังดีเอสไอ เพื่อนำไปตรวจสอบในลำดับต่อไป ทั้งนี้ ปัจจุบันทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัด กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ยังไม่ได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษมาให้ดีเอสไอดำเนินการแต่อย่างใด แต่เราได้ยืนยันว่า หากมีภารกิจใดที่เข้าข่ายตามกฎหมายดีเอสไอ เราก็พร้อมให้การสนับสนุนทุกมิติ

อนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้จัดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังกล่าว เพื่อกำหนดแนวทางป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายที่ใช้ “นอมินี” เป็นตัวแทนอำพรางในการประกอบธุรกิจกับทุกกลุ่มธุรกิจอย่างจริงจัง เน้นการตรวจสอบเชิงลึก และมีการบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกรและนักธุรกิจที่ประกอบธุรกิจโดยถูกต้องตามกฎหมาย เป็นการคุ้มครองระบบเศรษฐกิจของประเทศให้มีความโปร่งใส สร้างเสถียรภาพทางการค้า และส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมของเศรษฐกิจไทย.



