เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 มี.ค. ที่ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ (หลังใหม่) อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความชื่อดัง และประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วยทายาทผู้เสียหายและตัวแทนสมาชิก “สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย” เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ โดยมี นายบุญชวัฒน์ ปัญญาแดง ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษ เป็นตัวแทนรับหนังสือ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2568 นายทะเบียนท้องที่ องค์การบริหารส่วนตำบลตาเกษ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ มีคำสั่งให้เลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย ตามมาตรา 51 (2) และมาตรา 52 (4) แห่งพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 ส่งผลให้สมาชิกและทายาทผู้เสียชีวิตได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากมีทายาทผู้เสียชีวิตกว่า 1,000 ราย ที่ยังไม่ได้รับเงินค่าจัดการศพตามสิทธิ และยังมีสมาชิกอีกกว่า 3,000 ราย ที่ได้จ่ายเงินสงเคราะห์ล่วงหน้าไว้แล้ว

กลุ่มผู้เสียหายเห็นว่า คำสั่งยุบสมาคมดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องการบริหารจัดการภายในของคณะกรรมการสมาคม มิใช่เหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ จึงได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ 4 ข้อ ได้แก่ ขอให้ตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดตรวจสอบข้อเท็จจริง และระงับคำสั่งยุบสมาคมชั่วคราว ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ตรวจสอบเส้นทางการเงินของสมาคม ขอให้หน่วยงานรัฐเข้ามาเป็นตัวกลางบริหารจัดการเงินสงเคราะห์ล่วงหน้าที่ถูกอายัดในบัญชีธนาคาร และขอให้ตั้งคณะพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้อง หากพบการกระทำผิด

นายรณณรงค์ กล่าวว่า การเดินทางมายื่นหนังสือครั้งนี้ เพื่อทวงคืนความเป็นธรรมให้กับสมาชิกสมาคมที่ได้รับความเสียหาย พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เนื่องจากเงินสงเคราะห์ฌาปนกิจของสมาชิกในแต่ละปีมีมูลค่าจำนวนมาก แต่กลับไม่ปรากฏว่ามีการตรวจสอบอย่างจริงจัง เมื่อเกิดปัญหาเงินสูญหายก็ไม่สามารถติดตามผู้รับผิดชอบได้

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเส้นทางการเงินของสมาคมอย่างละเอียด ว่าเงินของสมาชิกถูกยักย้ายถ่ายเทไปที่ใด และมีบุคคลใดเกี่ยวข้องบ้าง เพราะผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ไม่ควรต้องแบกรับภาระในการดำเนินคดีด้วยตนเอง

ด้าน นางทิพลักษณ์ บัวพร อายุ 52 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนเป็นสมาชิกสมาคมมากว่า 12 ปี โดยจ่ายเงินสะสมต่อเนื่องทุกปี เพื่อเตรียมค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพของคนในครอบครัว ต่อมาช่วงเดือนธันวาคม 2568 ย่าของตนเสียชีวิต จึงได้ยื่นเรื่องขอรับเงินช่วยเหลือค่าทำศพตามขั้นตอน ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะโอนเงินจำนวน 50,000 บาท ภายใน 7 วันทำการ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับเงินดังกล่าว

“รู้สึกเสียใจและผิดหวังมาก เพราะเราส่งเงินกับสมาคมมานานกว่า 12 ปี พอถึงเวลาที่ครอบครัวเดือดร้อนจริง ๆ กลับยังไม่ได้รับเงินตามสิทธิที่ควรจะได้” นางทิพลักษณ์ กล่าว

ขณะที่ นายบุญชวัฒน์ ปัญญาแดง ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ทางจังหวัดได้รับเรื่องร้องเรียนไว้แล้ว และจะนำเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้น เพื่อพิจารณาดำเนินการตามระเบียบราชการ โดยจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและแจ้งความคืบหน้าให้ผู้ร้องเรียนทราบภายใน 30 วัน เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรม